ความปราชัยต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ อาร์เซน่อล

ความปราชัยต่อ

ความปราชัยต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ อาร์เซน่อล โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่พร้อมในหลายอย่างสำหรับการรับมือจ่าฝูงที่กำลังร้อนแรง

อาร์เซน่อล เพิ่งผ่านเกม ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก กับ เบนฟิก้า ที่เดินทางไปแข่งสนามกลางในอิตาลี ก่อนกลับมาเล่นในบ้านเจองานยากที่สุดอีกนัดในฤดูกาลนี้

มิเกล อาร์เตต้า จำเป็นต้องเปลี่ยนทีมถึง 5 ตำแหน่งหลังผ่าน 2 เกมหนักทั้งในลีกกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และยกแรกกับ เบนฟิก้า รวมถึงการมีนัดสองกับทีมดังของโปรตุเกสรออยู่

คีแรน เทียร์นีย์ ฟิตกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งหลังหายเจ็บกลับมาเรียกจังหวะการเล่นในยูโรปา ลีก ไปแล้ว ขณะที่คู่เซนเตอร์เปลี่ยนเช่นกันให้ ร็อบ โฮลดิ้ง ลงประสานงานกับ ปาโบล มารี เปิดทางให้ ดาวิด ลุยซ์ กับ กาเบรียล มากัลเญส ได้พัก

ส่วนแดนกลาง ดานี่ เซบายอส ได้พักอีกรายเพื่อให้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ได้ลงแทนเพื่อเล่นร่วมกับ กรานิต ชาคา ส่วนอีกตำแหน่งคือ นิโกล่าส์ เปเป้ ลงทำเกมแทน เอมิล สมิธ โรว์

แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีการปรับทัพเช่นกันจากเกมลีกที่บุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 จุดสำคัญคือการได้ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ กับ อิลคาย กุนโดกัน ฟิตลงตัวจริงทั้งคู่ และยึดแท็กติกไม่มีหน้าเป้าธรรมชาติเพราะ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” กับ กาเบรียล เชซุส ต่างเป็นเพียงสำรอง

แมนฯ ซิตี้ มาเยือนด้วยผลงานสุดร้อนแรงชนะ 17 นัดติดต่อกันจากทุกรายการ เป็นสถิติของฟุตบอลอังกฤษ และเอาชนะ อาร์เซน่อล ในเกมลีกได้ตลอด 7 นัดหลังสุด

เพียงเริ่มเกมมานาทีเศษ ทุกคนแทบจะได้บทสรุปที่ไม่ต่างจากเดิมเมื่อ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากลูกโหม่งของนักเตะที่ตัวเล็กสุดในสนาม

อาร์เซน่อล เสียท่าตั้งแต่ไก่โห่จากความผิดพลาดในการยืนตำแหน่งอันหละหลวมที่ปล่อยให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ขึ้นโขกลูกเปิดของ ริยาด มาห์เรซ เข้าไปง่ายๆ

ทุกอย่างจึงอยู่ในการคอนโทรลของเรือใบสีฟ้าตั้งแต่เริ่มเกมที่เป็นฝ่ายต่อบอลทำเกมรุกและสร้างโอกาสลต่อเนื่องในช่วง 15 นาทีแรก

ทีมปืนใหญ่ใช้เวลาพักใหญ่ในการตั้งสติและเซตบอลเพื่อตอบโต้คืนและได้ลุ้นจากการต่อบอลกันทางกราบซ้ายระหว่าง บูคาโย่ ซาก้า และ คีแรน เทียร์นีย์ ก่อนจบด้วยการยิงของ ซาก้า ทว่าไปติด ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ที่ยืนขวางวิถีบอลและล้ำหน้าด้วย

แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้โหมรุกสุดตัว แต่เล่นไปตามจังหวะ และอาศัยการแทงบอลตามช่องของ เดอ บรอยน์ ที่ยังคงอันตรายแม้เพิ่งหายเจ็บกลับมาเป็นตัวจริงให้ทีมในรอบ 6 สัปดาห์

อาร์เซน่อล จึงมีพื้นที่ในการเล่นพอสมควร แต่ว่าเมื่อบอลเข้าสู่แดนของ แมนฯ ซิตี้ ก็ทำกันไม่เป็น จังหวะสุดท้ายขาดๆ เกินๆ ไม่มีการเล่นที่โจมตีคู่แข่งได้จริงจัง อีกทั้งเสียบอลง่ายเมื่อเพรสซิ่งถึงตัว

ในครึ่งหลัง รูปเกมไม่ต่างจากเดิมมาก ทั้งสองทีมต่างมีช่วงเวลาได้ต่อบอล แต่โอกาสลุ้นยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ทำได้ใกล้เคียงกว่าโดยเฉพาะต้นครึ่งหลังจากลูกชิพของ เดอ บรอยน์ ที่หลุดเสานิดเดียว และลูกยิงของ กุนโดกัน ที่ เลโน่ ต้องออกแรงเซฟ

ผู้ตัดสิน จอน มอสส์ ได้เป่าฟาวล์มากขึ้นในครึ่งหลังที่ต้องหยุดเกมถึง 16 ครั้งและแจก 2 ใบเหลือง ต่างจากครึ่งแรกที่เป่าฟาวล์เพียง 4 ครั้ง และไม่ได้ควักใบอะไรออกมา

แม้จะมีการปะทะมากขึ้น แต่ก็อยู่ในเกมการเล่นทั้งหมด ไม่ได้มีเลยเถิด เช่นเดียวกับจังหวะบาดเจ็บของ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่ถูกหัวเข่าของ ชูเอา กานเซโล่ กระแทกเต็มหน้าจนฟุบก็เป็นอุบัติเหตุ

จังหวะนี้ได้กลายเป็นการเปลี่ยนตัวครั้งประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่เริ่มทดลองใช้การเปลี่ยนตัวที่มาจากอาการบาดเจ็บที่อาจกระทบกระเทือนทางสมอง

ความปราชัยต่อ

 อาร์เซน่อล ใช้โควตาเปลี่ยนตัวนี้ด้วยการส่ง ดาวิด ลุยซ์ ลงแทน โฮลดิ้ง และไม่กระทบกับการเปลี่ยนตัวอื่นที่ยังคงเปลี่ยนได้ 3 ครั้งตามปกติ

ในภาพรวมครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเล่นเหมือนพอใจกับสกอร์ในครึ่งแรก อาร์เซน่อล ไม่เสียเพิ่มถือว่าโอเคแล้วเพราะเจอกันในลีกช่วงหลังโดนเฉลี่ย 3 ประตูต่อนัด

ส่วน แมนฯ ซิตี้ ไม่จำเป็นต้องทุ่มพลังงานไล่ยิงคู่แข่งแบบเอาเป็นเอาตาย ชนะ 1-0 หรือ 5-0 ก็คือ 3 คะแนนเท่ากัน ยังรักษาระยะห่างจาก แมนฯ ยูไนเต็ด เอาไว้ที่ 10 คะแนนเท่าเดิม

ทั้งสองทีมต่างมีเกมยุโรปรออยู่ โดยธรรมชาติย่อมคิดอยู่ในหัวล่วงหน้าเพราะเป็นเกมสำคัญ แมนฯ ซิตี้ เคยได้ทุกแชมป์ในประเทศ แต่เวทียุโรปกลับไม่เคยถึงฝั่งฝัน

ยิ่งกับ อาร์เซน่อล ด้วยแล้ว เกมยุโรปนัดต่อไปยิ่งสำคัญเพราะตัดสินเข้ารอบเลย “อยู่” หรือ”ไป” ได้รู้กันแน่นอน

มิเกล อาร์เตต้า ต้องโฟกัสในยูโรปา ลีก มากกว่าเพราะอาจเป็นทางเดียวที่มีโอกาสได้ตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรปและเป็นถ้วยใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าหากคว้าแชมป์ได้ ส่วนโควตาในลีกผ่านทางการเป็นแชมป์บอลถ้วยก็ตกรอบไปหมดแล้วทั้งคาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ

ครั้นจะคิดถึงการเร่งทำอันดับในลีกให้ติดพื้นที่ยุโรปก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยังมีหลายทีมขวางหน้า ขนาดแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ก็ทำท่าว่าจะต้องเบนเป้ามาลุ้นตั๋วยูโรปา ลีก ด้วยอีกทีม เพิ่มความยากมากขึ้นไปกันใหญ่

นั่นทำให้การเจอกับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงเวลาที่ใช่สำหรับ อาร์เซน่อล

ไม่ใช่ทั้งเรื่องของคุณภาพทีมและคุณภาพการเล่นที่เป็นรองอยู่มาก

ไม่ใช่ทั้งเรื่องของโปรแกรมที่ก่อนและหลังเจอ แมนฯ ซิตี้ ต้องเดินทางไปเตะเกมยุโรปนอกบ้านทั้งสองนัด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง กฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องใช้เวลามากขึ้นในการเข้าแต่ละประเทศในช่วงที่มีมาตรการต่างๆ รับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด1-9

ไม่ใช่ทั้งเรื่องแรงกระตุ้นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้แต่ อาร์เตต้า ก็ยอมรับว่าคิดถึงเกมยุโรปนัดสองที่รออยู่

อาร์เซน่อล จึงแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ อีกนัด และเป็นการแพ้ต่อทีมเดียว 8 นัดติดในลีกอีกครั้งหลังเคยแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 1973-1976

ถ้าเป็นเกมที่ อาร์เซน่อล ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้ว ต้อง “ทุบหม้อข้าว” สู้เหมือนรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ ปีก่อน ก็อาจได้ลุ้นเป็นผู้ชนะ แทงบอลออนไลน์

โมฮาเหม็ด ซีมาก็อง อาจจะเป็นนักเตะของลีก เอิง คนต่อไปที่ถูกส่งออกไปยังต่างแดน

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง
หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง อย่างต่อเนื่องจากผลงานในแนวรับอันยอดเยี่ยม โมฮาเหม็ด ซีมาก็อง อาจจะเป็นนักเตะของลีก เอิง คนต่อไปที่ถูกส่งออกไปยังต่างแดน

เด็กหนุ่มที่เกิดในเมือง มาร์กเซย เมื่อปี 2000 แม้จะใช้เวลา 5 ปีในทีมเยาวชนของ โอลิมปิก มาร์กเซย แต่เขาพลาดหวังในการได้ไปต่อ กระนั้นความฝันที่มีไม่ได้มอดดับ ซีมาก็อง ยังคงเดินหน้าไล่ตามสิ่งที่ตนเองต้องการ

ชีวิตของแข้งรายนี้หันเหไปยังทีมท้องถิ่นที่ระดับต่ำกว่า แต่ที่นั่นเขาสร้างผลงานด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมเล็กๆ อย่าง Air Bel เข้าที่ 3 ของลีกระดับรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

ถือเป็นบันไดให้เขาไต่ขึ้นมา เพราะหลังจากนั้น สตราส์บูร์ก เข้ามาชุบเลี้ยงพร้อมกับโอบอุ้มกองหลังรายนี้

ซีมาก็อง ใช้เวลา 2 ปีในทีมเยาวชนก่อนจะได้โอกาสประเดิมทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2019 ซึ่งเกิดขึ้นในศึก ยูโรปา ลีก ที่ สตราส์บูร์ก ดวลกับ มัคคาบี้ ไฮฟา และหลังจากนั้นเส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ของเขาเปิดกว้าง

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง

เริ่มแรกเดิมที ซีมาก็อง ถูกจับเล่นแบ็กขวาสลับกองหลังตัวกลางในทีมชุดใหญ่แล้วแต่โค้ชจะต้องการ ซึ่งผลงานของเขาถือว่าดูดีทีเดียว เพราะได้โอกาสจาก เธียร์รี่ โลเรย์ นายใหญ่ของทีมอย่างต่อเนื่อง

กระนั้นผลงานที่ทำให้กองหลังชาวฝรั่งเศสรายนี้ถูกพูดถึงคือการหุบมาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตำแหน่งถนัดของตนเองในซีซั่นนี้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นทำให้ผลงานของหนุ่มวัย 20 ปีถูกจับตามองและถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

หลายคนอาจจะแปลกใจกับการก้าวขึ้นมาของ ซีมาก็อง แต่สำหรับคนคุ้นเคยที่รู้จักเจ้าหนูรายนี้มาก่อนต่างไม่แปลกใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่านักเตะมีศักยภาพในตัวอย่างเต็มที่และรอวันระเบิดออกมาเพื่อให้คนอื่นๆ ตกตะลึง

“การทดสอบบางอย่างของเขามีค่าเฉลี่ยปานกลาง แต่เราเชื่อมั่นใจศักยภาพที่มองไม่เห็นของเขา” ฟร็องซัวส์ เคลเลอร์ โค้ชทีมสำรองของ สตราส์บูร์ก กล่าวถึง ซีมาก็อง ในตอนที่ทดสอบแข้งรายนี้หนแรก

“จากนั้นเราเข้าใจได้เลยว่าเรากำลังรับมือกับปรากฏการณ์ เขากำลังสร้างผลงานให้คนตื่นตา ผมส่งเขาลงเล่นในลีกลำดับที่ 3 และนั่นไม่เพียงพอสำหรับเขา

“เอ่อ ผมชอบการเปรียบเทียบนะ ซึ่งผมบอกกับตนเองว่าเรามี (ราฟาแอล) วาราน คนใหม่แล้ว เขามีร่างกายสำหรับการเป็นนักกีฬาและมีพลังที่เอ่อล้นอย่างมาก แต่ก็มีความนิ่งที่ไหลซึมออกมาด้วย”

ไม่แปลกที่คนวงในจะกล่าวชมผลงานของ ซีมาก็อง เพราะที่ผ่านมาเด็กหนุ่มชาวเมืองมาร์กเซยรายนี้พัฒนาผลงานตนเองจนกลายเป็นหนึ่งในแข้งเนื้อหอมที่มาจากผลผลิตของเวที ลีก เอิง และมีคนยกไปเปรียบเทียบกับตำนานขาวฝรั่งเศสอย่าง ลีลีย็อง ตูราม เพราะทั้งความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นในการแนวรับที่แสดงออกมาทำให้หลายๆ คนคิดเช่นนั้น

พละกำลังที่เหลือล้น ผลงานการป้องกันที่ดี และที่สำคัญคือพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องง จึงไม่แปลกใจที่คำชมต่างๆ ในตัวของ ซีมาก็อง กำลังพรั่งพรูออกมา

จึงน่าสนใจว่าเส้นทางหลังจากนี้ของ ซีมาก็อง จะเป็นเช่นไร แม้อาการบาดเจ็บหัวเข่าจะทำให้เขาพลาดลงสนามมาเป็นเดือนแล้ว แต่ความสนใจในตัวของแข้งรายนี้ไม่ได้จางหายไป

เอซี มิลาน คือหนึ่งในทีมที่ถูกโยงกับ ซีมาก็อง ตั้งแต่หน้าร้อนปีที่ผ่านมา รอสโซเนรี่ พยายามตามจีบแข้งวัย 20 ปี แต่ปัญหาคือจำนวนเงินที่ตกลงกันไม่ได้ นั่นจึงเป็นโอกาสของ แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมจอมฉกเด็กจากบุนเดสลีกาที่ไม่รอช้าพร้อมต่อแถวดึงตัว ซีมาก็อง ไปใช้งานเช่นเดียวกัน โดยอาศัยอัตลักษณ์และแนวทางการทำทีมที่พร้อมให้โอกาสดาวรุ่งเพื่อล่อ ซีมาก็อง ไปครอง

เรื่องอนาคตไม่มีใครทราบได้ แต่สำหรับ ซีมาก็อง เส้นทางอาชีพของเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงหลังจบฤดูกาลนี้ และคำถามคือถึงเวลาในการท่องโลกกว้างแล้วหรือยัง

สิ่งเหล่านี้มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ทราบ เพราะมันคือชีวิตและอนาคตของตนเอง เขาต้องถามตัวเองว่าพร้อมแล้วหรือยังกับการออกไปเผชิญกับลีกที่ใหญ่และการแข่งขันที่สูงกว่าเดิม

น่าสนใจตรงที่เส้นทางต่อไปของ ซีมาก็อง จะเลือกไปยังจุดไหน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้แข้งหนุ่มอนาคตไกลหลายๆ คนสามารถแจ้งเกิดได้ตั้งแต่อายุผ่านหลักสองมาไม่มาก บางคนแจ้งเกิดและเป็นดาวเด่นตั้งแต่ยังไม่ยี่สิบเต็ม

เชื่อว่าในใจของ ซีมาก็อง คงมีการวางแผนอนาคตของตนเองไว้บ้างแล้ว เส้นทางไหนที่เขาจะสามารถพัฒนาผลงานได้ต่อเนื่อง และที่ไหนที่เขาจะสามารถยกระดับตนเองได้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้คงกำลังถูกไตร่ตรองออกมาอย่างถี่ถ้วน แทงบอลออนไลน์

อย่างที่กล่าวไปว่าไม่มีใครทราบอนาคตในวันข้างหน้า แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับความสนใจและอยากติดตามในฐานะแฟนบอลว่ากองหลังรายนี้ที่ถูกยกย่องอย่างมากในฝรั่งเศส จะมีอนาคตอย่างไรต่อไปหลังจากนี้

ไอ้หนูจู๊ด สามารถร่ายฟอร์มได้อย่างใจนึก

จู๊ด เบลลิงแฮม

จู๊ด เบลลิงแฮม มี 45 นาทีที่น่าประทับใจในเกมกับ ซาน มารีโน่ แม้จะไม่มีชื่อเป็นคนทำประตูก็ตาม

    รอย คีน เป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชมผลงานของเจ้าหนูวัย 17 ปีรายนี้ และแน่นอนว่าการได้รับคำชื่นชมจากอดีตมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องแกงที่สุดคนนึงของวงการ ย่อมเป็นการมอบทั้งกำลังใจ และแรงบันดาลใจให้กับพ่อค้าแข้งรายนี้เป็นล้นพ้น

หลายคนมองว่ามันเป็นการเจอกับทีมสมันน้อยอย่าง ซานมารีโน ผู้มีแรงกิ้งเป็นอันดับสุดท้ายของโลก เกมนี้คงวัดอะไรไม่ได้

จู๊ด เบลลิงแฮม

อันนี้ยอมรับนะครับ ว่ามันเป็นเกมที่ง่าย เลยทำให้ ‘ไอ้หนูจู๊ด’ สามารถร่ายฟอร์มได้อย่างใจนึก แต่ถ้าเด็กมันไม่กล้าเล่น ไม่กล้าแสดงความเป็นตัวตนออกมา ไม่รู้จังหวะเกม  มันก็อาจไม่เป็นอย่างที่เราเห็นกัน

การได้รับโอกาสในทีมชาติของ เบลลิงแฮม มันก็เป็นผลมาจากความห้าวหาญของ เบลลิงแฮม เองนั่นแหละ

 

ย้อนกลับไปก่อนที่จะเดินออกจากอ้อมอกของ เบอร์มิงแฮม เขาเคยได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แทบจะปูพรมแดงเชิญมาอยู่ด้วยกัน ถึงขั้นที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ช่วยลงแรงในการทาบทามมาเป็นพวกเดียวกันเลยทีเดียว

 

แทนที่จะอยู่ในประเทศต่อไป เขาเลือกที่จะปฏิเสธ ปีศาจแดง ก่อนจะโยกออกจากคอมฟอร์ทโซนไปผจญภัยยังต่างประเทศ เลือกทำแบบนี้ตอนอายุ 17 ปีนี่ไม่ธรรมดานะคุณ

เบลลิงแฮม เลือกถูกต้องแล้ว เพราะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คือที่ๆ พร้อมที่จะมอบโอกาสในการลงสนามให้แบบจริงๆ จังๆ ให้กับบรรดาผู้เล่นอายุน้อยๆ

เขาทราบเรื่องนี้ดีเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เจดอน ซานโช่ แถมที่นั่นมี เออร์ลิง ฮาแลนด์ รออยู่อีกคน นี่มันเป็นโปรเจ็คท์ฟุตบอลที่โคตรจะเหมาะเหม็งลงตัว

 

อันที่จริงแล้ว ก็ใช่ว่านักเตะจากสหราชอาณาจักรทุกคนจะย้ายไปแล้วประสบความสำเร็จ ดูอย่างเคสของ โอลิเวอร์ เบิร์ค ที่ย้ายออกจาก ฟอเรสต์ ไปล้มเหลวกับ ไลป์ซิก เช่นเดียวกับ รีส เนลสัน ที่ อาร์เซน่อล ปล่อยให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยืมตัวก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร

ยังมี อเดโมล่า ลุคแมน ที่ ไลป์ซิก ตัดสินใจซื้อขาดมาจาก เอฟเวอร์ตัน ก็ไม่ได้สร้างชื่ออะไรในบุนเดสลีกา จนต้องกลับมาชุบตัวที่อังกฤษใหม่อีกครั้งกับ ฟูแล่ม แบบยืมตัว

เรื่องราวแบบนี้มันอาจจะไม่เกิดขึ้นกับเขาก็ได้ หากไม่ได้เลือกเส้นทางเดียวกับที่เดินอยู่ในตอนนี้

เบลลิงแฮม ได้เป็นตัวจริงให้กับ ดอร์ทมุนด์ ไปทั้งหมด 23 นัดในทุกรายการ และได้เล่นครบทั้ง 90 นาทีใน 4 จาก 5 เกมหลังสุด

 

นั่นรวมถึงหนึ่งในฟอร์มการเล่นที่เนี้ยบที่สุดของเขาในฤดูกาลนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง ที่ดวลกับ เซบีย่า

แน่นอนว่าแฟนบอลหลายคนก็ติดตามพัฒนาการของ ดอร์ทมุนด์ มาตลอด เช่นเดียวกับผลงานของ เบลลิงแฮม นั่นแหละ

ก็ชัดเจนนะครับว่า ถ้าไม่ได้ย้ายไป ดอร์ทมุนด์  เบลลิงแฮม ก็คงไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคมทีมชาติอังกฤษแบบนี้ ถ้าเลือกเดินอีกทางอาจไม่ได้รับโอกาสเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่เป็นอยู่ แทงบอลออนไลน์

ไทยลีกจบซีซั่น 2020 เป็นที่เรียบร้อย เช่นเคยที่ทุกสื่อต้องหาทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลกัน

ไทยลีก
ไทยลีก จบซีซั่น 2020 เป็นที่เรียบร้อย เช่นเคยที่ทุกสื่อต้องหาทีมยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลกัน

แต่อย่างว่า ไทยลีก เหมือนเดิมทุกปี เมื่อผู้เล่นต่างชาติคือคีย์แมนหลักของแต่ละทีม ไม่ต่างจาก “เดอะแบก” คงไม่แปลกที่จะมีผู้เล่นไทยติดทีมเข้ามาแบบจำกัดจำเขี่ย

กอปรกับผู้เขียนอยากลองจัดทีมยอดเยี่ยมแห่งซีซั่น (อารมณ์ล้วน ๆ) แบบไม่มู้เล่นต่างชาติดู ซึ่งทีแรกคิดว่าคงไม่ยาก แต่พอลองมาเลือกดูแล้ว พบว่ามีชอยส์เยอะพอควร

แต่หลังจากคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายเราก็ได้ 11 ผู้เล่นในใจเรามา ซึ่งเป็นนักเตะที่เรามองว่าเขาเหล่านี้ เจ๋งเป้งที่จะเป็น 11 ผู้เล่นแห่งฤดูกาลได้

มีทั้งคนที่ใช่ และอาจไม่ถูกใจแฟนบอลบางคนบ้างพอประมาณ

 

ทีมยอดเยี่ยมฤดูกาล 2020 (เวอร์ชั่นนักเตะไทย)

ระบบการเล่น 4-2-3-1

ไทยลีก

ผู้รักษาประตู

ฉัตรชัย บุตรพรม

แม้วัยจะปาไปถึง 34 แต่ฟอร์มของ ฉัตรชัย ปีนี้ไม่เลวเลย หลังพาทีมเสียไปเพียง 13 ประตู เก็บไปได้มากถึง 19 คลีนชีต ซึ่งเป็นสถิติที่มากสุดในไทยลีก

หลายคนอาจแย้งว่า “บอย” เสียประตูน้อยเพราะมีกำแพงยักษ์อย่าง วิคเตอร์ การ์โดโซ กับ อันเดรส ตูเญซ คอยสกรีนให้ในแผงหลัง นั่นก็มีส่วน ทว่าหากใคดู บีจี ปทุมฯ เล่นในฤดูกาลนี้ สิ่งที่เห็นคือ ฉัตรชัย แทบไม่มีความผิดพลาดให้เห็นเลย มีลูกเซฟสวย ๆ ลูกเก๋าช่วยทีมได้ตลอด

เป็นปีที่เขาได้นอน “ฝันดี” จริง ๆ

 

แบ็กขวา

สันติภาพ จันทร์หง่อม

เป็นปีที่สุดโฉดของแข้งวัย 24 อย่างแท้จริง หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ขึ้นสุดลงสุดทางกาบขวา เด่นทั้งเกมรุกเกมรับ ทำให้เกมริมเส้นบีจี มีชีวิตชีวาอย่างมาก แม้จะไม่มีประตูหรือแอสซิสต์เท่าคู่แข่งรายอื่น แต่ถ้าใครดู “เก้ง” เล่นปีนี้ เชื่อเถอะว่าต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทีมชาติชุดใหญ่ยังไงก็ต้องมีชื่อหมอนี่

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

พรรษา เหมวิบูลย์

โย่ง ยังเป็นแกนหลักให้ทีมทั้งฤดูกาล และลงเล่นไปถึง 29 นัด (เล่นเต็มเกมไปถึง 28 เกม ) ถูกเปลี่ยนตัวออกครั้งเดียวในเกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ ระยอง เอฟซี 5-0 และเกมที่เขาไม่ได้ลงเล่นคือนัดพบ ราชบุรี มิตรผล ซึ่งเจ้าตัวติดโทษแบน ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยังอยู่ในระดับสูง มีความสม่ำเสมอ ทำให้เลกสอง บุรีรัมย์ แทบฟอร์มไม่เป๋เลย แม้จะไม่มีกองหลังตัวความหวังอย่าง ดิเกา ที่สโมสรเซ็นมายกระดับเกมรับทีม

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

อดีตกองหลังทีมชาติไทย กลับมาคืนฟอร์มตัวเองได้อีกครั้งในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดบอล อ่านเกม กัปตันเหลิม ทำได้อย่างเฉียบขาดแทบไม่มีพลาด ทำงานร่วมกับคู่หูอย่าง ณัฐพงศ์ สายริยา อย่างลงตัว ทั้งที่กว่ามากกว่าครึ่งของซีซั่นนี้สโมสรไม่มีแนวรับต่างชาติคอยประคองเลย ที่สำคัญเจ้าตัว ลงครบทุกนาที 30 เกมเต็มในปีนี้

แบ็กซ้าย

ศศลักษณ์ ไหประโคน

ไม่ว่าช่วงต้นฤดูกาล ผลงานของ บุรีรัมย์ฯ จะออกทะเลแค่ไหน แต่ฟอร์มการเล่นของ “พี” ยังคงอยู่ในมาตรฐานเช่นเดิม เกมรุก-รับ ทางฝั่งซ้าย แข้งวัย 25 ยังทำหน้าที่ได้อย่างเนียนตา มีจังหวะเติมเกมที่ดี ลูกครอสอันตรายระดับหนึ่ง ทำให้การบาดเจ็บไปของ กรกช วิริยอุดมศิริ แทบไม่มีอะไรต่อวิงแบ็กซ้ายทีมเลย

 

มิดฟิลด์

สารัช อยู่เย็น

การคว้า สารัช มาร่วมทีม คือ 1 ในดีลที่ดีสุดแห่งฤดูกาลคงไม่ผิด “ตังค์” ยังเป็นกองกลางที่เล่นง่าย ๆ แต่ทรงประสิทธิภาพเช่นเดิม ทั้งจังหวะดีเลย์เกม คุมจังหวะ เปลี่ยนบอล เชื่อมเกม มีส่วนร่วมกับทั้งเกมรุก-รับ คือทำได้ดี จนทำให้เกมรุกอย่าง สุมัญญา ปุริสาย สร้างสรรค์เกมได้อย่างสะดวกโยธิน

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

เชียงรายฯ ฟอร์มการเล่นปีนี้อาจดรอปลงไป แต่ “เต้” ยังคงประสิทธิภาพไว้เช่นเดิม กับบทบาทห้องเครื่อง ทั้งตัด คุมจังหวะ ออกบอลสั้น-ยาว เป็นมิดฟิลด์ที่มีส่วนร่วมเกือบทุกจังหวะ แม้จะมีแอสซิสต์เพียง 4 ลูก ไม่เท่าคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ หรือ จักรพันธ์ แก้วพรม แต่สิ่งที่ผู้เขียนเลือกเต้คือ ฟอร์มเขาเจ๋งสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นฤดูกาล ยันนัดสุดท้าย

ที่สำคัญเจ้าตัวลงเล่นครบ 90 นาทีเต็มตลอด 29 แมตช์ในซีซั่นนี้ ขาดไปเกมเดียวคือบาดเจ็บตอนซ้อม ก่อนเกมพบ การท่าเรือ เอฟซี

 

กองกลางตัวรุก

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์

ฟอร์มของ “เท่ห์” นับวันยิ่งฉายแสงมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งปีนี้กลายเป็นซีซั่นแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ สมุทรปราการ ซิตี้ กับบทบาทปีกขวา ที่แอสซิสต์ไปมากสุดในลีกถึง 14 ประตู ไม่ว่าจะเป็นจังหวะใช้ความเร็วกระชากลากเลื้อย ยิงไกล หรือการบรรจงสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม ฝั่งขวาปีนี้ไม่มีใครเด่นเกินหมอนี่

สุภโชค สารชาติ

ถึงทีมจะแย่แค่ไหน “เช็ก” ยังคงมีอิทธพลกับแนวรุก บุรีรัมย์ เสมอ ในเลกแรกที่ตัวต่างชาติทำผลงานไม่ได้ดังใจ แข้งวัย 22 ก็ยังเป็นความหวังในแนวรุกให้ได้ รวมถึงเลกสองที่ทีมฟื้นกลับมา เขายังประสานงานกับคลาสบอลผู้เล่นต่างชาติใหม่ได้อย่างลงตัว ช่วยทีมยิงไปได้ถึง 9 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ เรียกว่ากับผู้เล่นไทยในตำแหน่งเดียวกัน สุภโชค ยังอันตรายกว่าใครยามได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ

ฟิลิป โรลเลอร์

ไม่ว่าจะได้รับบทบาทลงเล่นตำแหน่ง แบ็กขวา หรือ ถูกดันขึ้นมาเล่นเกมรุกอย่างเต็มตัว โรลเลอร์ ยังทำผลงานได้อย่างสุดยอด 14 ประตูในซีซั่นนี้การันตีแทนตัวหนังสือได้อย่างดี ความเร็ว จังหวะเลี้ยงกินตัว หาช่องทำประตู หรือการสอดเข้ามาจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ คือดีงามพระรามแปด แบ่งเบาภาระเกมรุกริมเส้นจาก สตีเฟน ล็องจิล ได้อย่างดี

 

กองหน้า

ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม

แม้จะมีเพียงแค่ 6 เกมที่ “เบียว” ได้ลงเล่น 90 นาทีเต็มในฤดูกาลนี้ แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทุกนาทีที่อยู่ในสนาม สัญชาตญาณความเป็นกองหน้าเขามีอยู่เต็มเปี่ยม การดึงตัวประกบให้เพื่อน ความอันตรายในกรอบเขตโทษ การจบสกอร์ด้วยลูกโหม่งหรือการยิง เขาทำได้อย่างครบเครื่องคนหนึ่ง เล่นท่ามกลางดาวดังต่างชาติอย่าง เฮแบร์ตี และ วานเดอร์ หลุยส์ ได้อย่างรู้ใจ 12 ประตูในปีนี้ของเจ้าตัว ตอบแทนได้อย่างดี แทงบอลออนไลน์

คาดเดาอันดับท้ายฤดูกาล ใครจะอยู่ แมนยูสบาย

คำนวณแต้มกันทีละนัด

คำนวณแต้มกันทีละนัด

คำนวณแต้มกันทีละนัด จาก8ทีมแรกสุดที่มีลุ้นทำอันดับในตารางลีก ว่าเมื่อจบฤดูกาลแล้วพวกเขาจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์สำคัญ

การแข่งขันพรีเมียร์ลีกดำเนินมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลกันแล้ว จนถึงตอนนี้เราก็เริ่มพอจะคาดเดาได้บ้างว่า ทีมใดน่าจะจบซีซั่นนี้ด้วยอันดับเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆทีมที่คะแนนเบียดใกล้เคียงกัน และเดาได้ยากว่า สุดท้ายแล้วตอนจบฤดูกาลพวกเขาจะเป็นยังไง

บทความนี้น่าจะพอทำให้เห็นภาพอะไรบางอย่างได้ว่า ใครจะเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และใครจะทำเซอไพรส์ได้บ้างในช่วงเลทเกมแบบนี้ โดยคาดการณ์คะแนนเอาจากโปรแกรมเตะของแต่ละทีมที่เหลืออีกราวๆ 7-8 นัด

คำนวณกันทีละทีม ทีละเกม ไล่ตั้งแต่อันดับ10จนถึงจ่าฝูง แล้วสุดท้ายมาวัดกันว่า ใครจะเข้าป้ายที่ตำแหน่งไหนบ้าง ไปดูกัน

 

 

1. Manchester City

Aston Villa (เยือน)

Crystal Palace (เยือน)

Chelsea (เหย้า)

Newcastle United (เยือน)

Brighton and Hove Albion (เยือน)

Everton (เหย้า)

 

ทีมสุดแกร่งของเป๊ปเพิ่งจะมาพลาดท่าแพ้ลีดส์10ตัวด้วยสกอร์1-2คาบ้านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการระดมบุกจนกระดูกพรุนแต่ยิงได้ลูกเดียว ในขณะที่คู่แข่ง ยิง2เข้า2 โคตรจังหวะซิทคอมยังกะเกมFMที่ทีมเรากระหน่ำบุกแทบตาย ยิง20-30ครั้ง เจอคอมบุกครั้งเดียวยิงเข้าจนแพ้ แบบนั้นเลย

เรามาดูกันว่าโปรแกรมที่เหลือของซิตี้ จะมีโอกาสแพ้4นัดรวดอย่างที่แฟนแมนยูอยากได้ไหม(ฮา)

เยือนวิลล่า = 3 เป๊ปไม่น่าพลาดทีมที่เน้นเกมบุกอย่างทีมสิงห์ผยอง การจะโดนอุดอย่างเดียวคงไม่เกิดขึ้น

เยือนพาเลซ = 3 ชัดเจนว่าไม่น่าพลาดกับทีมกลางตารางที่ไม่มีเป้าหมายในซีซั่นนี้อีกแล้วอย่างพาเลซ

เปิดบ้านเจอเชลซี = 3 ขออภัยแฟนสิงห์ แต่ความแน่นอนของแมนเชสเตอร์ซิตี้ยังเหนือกว่า แม้เชลซีจะมีกองกลางดีๆอย่างเม้าท์ จอร์ ก็องเต้ แต่มาวัดกับกลางซิตี้จริงๆคงต้านยากและครองเกมไม่ได้ เชลซีค่อนข้างโชคร้ายที่มาตกอยู่ในช่วง”3นัดอันตราย” ที่แมนซิจะโขยกสุดแรงเกิดเพื่อรีบคว้าแชมป์

เยือนนิวคาสเซิล = 3 นิวคาสเซิลแม้จะอยู่อันดับ17 แต่ว่าคะแนนค่อนข้างห่างจากฟูแล่มอันดับ18พอควร ดูทรงแล้วก็น่าจะรอดตกชั้นได้จากฟอร์ม เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ต้องหนีตกชั้น และความเข้มข้นของการสู้กับซิตี้คงลดลง ไม่น่ารอด

เยือนไบรจ์ตัน = 3 แฟนแมนยูคงจะรู้ดีว่า การเจอไบรจ์ตันไม่ใช่งานง่าย แต่ทีมนี้ก็มักจะไม่ค่อยเก็บผลการแข่งขันที่ดีได้ ไม่น่าเกินความสามารถเป๊ปในการเก็บผล อาจจะไม่ได้ถล่มเละ แต่สามแต้มเต็มแน่นอน

เหย้าเจอเอฟเวอร์ตัน = 1 เกมนี้เป็นเกมเดียวที่เรารู้สึกได้กลิ่นว่า อาจจะสะดุด และไม่ได้ปิดซีซั่นแบบเท่ๆด้วยการเสมอกับเอฟเวอร์ตันไป

คำนวณแบบคร่าวๆ หากแมนยูเก็บนัดตกค้างได้ ระยะห่างจะอยู่ที่8แต้ม ซึ่งต้องใช้gapถึง 3แมตช์ ในการไล่ตาม ดังนั้นหากว่าซิตี้เล่นไปจบนัดที่36 แล้วยังห่าง8แต้มเท่าเดิมอยู่ ก็น่าจะเป็นการคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการในนัดนั้น

ดังนั้นเกมที่ซิตี้อาจจะได้ฉลองแชมป์ จึงน่าจะอยู่ที่สนามเซนต์เจมส์ปาร์ค ของนิวคาสเซิลนั่นเอง

คะแนนรวมของซิตี้จากการคาดการณ์นี้คือ 74+3+3+3+3+3+1 = 90คะแนน

2.Manchester United

Burnley (เหย้า)

Leeds United (เยือน)

Liverpool (เหย้า)

Aston Villa (เยือน)

Leicester City (เหย้า)

Fulham (เหย้า)

Wolves (เยือน)

ดูเกมที่เหลือของแมนยูแล้ว ่่ถือว่าไม่ได้หนักขนาดคอขาดบาดตายเช่นนั้น ทีมใหญ่บางทีมอยู่ในช่วงฟอร์มตก และไม่น่าจะเป็นการยากสำหรับแมนยูที่จะเอาชนะได้ เพราะการที่แซงสเปอร์ได้อย่างประทับใจในเกมล่าสุด เป็นตัวบ่งบอกถึงศักยภาพปัจจุบันแล้วว่าแมนยูไนเต็ดนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด

บวกกับเรื่องที่ว่า เกมการแข่งขันของทีมเหลือเพียงแค่สองรายการเท่านั้น กับยูโรปาลีกที่เกมเลกสองกับกรานาด้าก็ไม่ใช่งานยาก หากเข้าไปได้ก็จะเหลืออีกแค่3แมตช์สุดท้ายเท่านั้นเอง ทำให้มีลุ้นว่ายูไนเต็ดจะขึ้นไปได้สูงสุดเท่าที่ทีมต้องการ และการคาดเดาคะแนนมีดังนี้

เหย้าเบิร์นลีย์ = 3 ทีมนี้อาจจะเคยสร้างความเดือดร้อนให้เราในซีซั่นก่อน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราน่าจะเบียดเอาชนะได้ ต้องมาลุ้นว่าบอลโด่งอังกฤษจ๋าๆของพวกเขาจะมาเข้าหัวคริส วู้ดหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆแมนยูจะบุกจนกว่าจะเอาคืนได้แน่นอน

เยือนลีดส์ = 1 ไม่ได้มีคะแนนพิศวาสจากผู้เขียนในฐานะสาวกยูงทอง แต่ผมเชื่อในฝีมือของบิเอลซ่าว่า น่าจะสร้างปัญหาให้โซลชาได้ ในฐานะที่เป็นกุนซือสายtacticalจ๋าๆเหมือนกัน แม้นัดแรกแมนยูจะถล่มแรกเพราะโมเมนตัมไหล แต่นัดนี้ผมว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ มีโอกาสเจอความแสบของลีดส์ได้

เหย้าลิเวอร์พูล = 1 ลิเวอร์พูลเริ่มที่จะฟื้นตัวมาได้แล้ว การได้ฟาบินโญ่กลับมายืนแดนกลางถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จากความมั่นใจ และการจูนทีมผ่านช่วงที่แพ้คาบ้านมารัวๆ พิจารณาเอาจาก “ฟอร์มโดยรวม” ของทีมในซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้อยู่ในstandardที่จะมาสู้แมนยูไนเต็ดในซีซั่นนี้ได้เลยไม่ว่าประเด็นไหนๆ แต่ยังไง ลิเวอร์พูลก็ยังคงเป็นลิเวอร์พูลอยู่ ต่อให้ฟอร์มบู่ก็มักจะมาเทพกับแมนยูเสมอ ดังนั้นก็”เสมอ”กันไป

ยิ่งโปรแกรมช่วงนั้นมีโอกาสในการตรงกับเกมรอบรองยูโรปาลีกด้วย โอเล่คงไม่เอาจริงเอาจังกับแมตช์ในช่วงนี้มาก

เยือนวิลล่า = 3 อย่างที่ทราบกัน วิลล่าเป็นทีมบุกหลากหลาย บอลฉาบฉวยก็มี ต่อบอลเข้าทำก็อันตราย แต่การเจอทีมที่เล่นในพื้นที่เปิดอย่างวิลล่า แมนยูโคตรชอบ และน่าจะได้เห็นการเจาะเข้าทำแบบนัดเอาชนะสเปอร์ได้อีก เกมนี้มั่นใจว่า3ชัวร์ แต่ถ้าผู้จัดการเลือกผ่อนเกมเอาไว้เพื่อยูโรปา ก็อาจจะมีสะดุดได้

เหย้าเลสเตอร์ = 3 จิ้งจอกอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด คะแนนโดนแมนยูทิ้งห่างเป็น7แต้ม ไม่น่าจะมีทางไล่ตามปีศาจแดงทันอีกแล้ว และเชื่อว่าโอเล่ไม่มีทางยอมให้ทีมแพ้ซ้ำสอง จากที่โดนมานัดก่อนจนตกรอบเอฟเอคัพ โอเล่แก้เกมมาแน่นอน ยิ่งถ้านักเตะฟิตสมบูรณ์พร้อมด้วย ไม่ใช่การrotationเกมบอลถ้วย เชื่อว่าเลสเตอร์ไม่รอด และเราชนะได้แน่นอนเหมือนปีก่อน

เหย้าฟูแล่ม = 3 เป็นทีมหนีตกชั้นก็จริง แต่อย่างที่บอก คะแนนฟูแล่มไม่น่าไล่นิวคาสเซิลทัน การเจอฟูแล่มในเกมรองสุดท้ายนัดที่37 ตอนนั้นพวกเขาน่าจะตกชั้นแบบเป็นทางการไปแล้ว คงไม่มีเขี้ยวเล็บมาฮึดใส่แมนยูได้

เยือนวูล์ฟ = 3 เกมเจอวูล์ฟยังคงเป็นงานยากอยู่ดี ถึงยูไนเต็ดจะดีขึ้นจนล้างอาถรรพ์หมาป่าได้แล้วก็ตาม แต่การขาดฆิมิเนสที่เจ็บยาวจนบัดนี้ ก็น่าจะส่งผลถึงวูล์ฟพอควร เอาเป็นว่าแมนยูไม่แพ้แน่นอน และเทียบฟอร์มกันแล้ว ยูไนเต็ดเบียดหมาป่าได้

: เมื่อพิจารณาครบทุกนัดแล้ว ถือว่าส่วนใหญ่เป็นนัดที่แมนยูมีโอกาสชนะแทบทั้งสิ้น เอาจริงๆแล้วช่วงท้ายซีซั่นนี้ไม่มีโปรแกรมหนักมากสักเท่าไหร่ มีเพียงแค่เกมเจอลิเวอร์พูล กับ เลสเตอร์เท่านั้นที่ดูจะยาก แต่เชื่อว่าฟอร์มแมนยูปีนี้ผ่านหนึ่งในสองนัดนี้ได้แน่นอน แล้วก็ไปสะดุดอีกสักนัดนึง ซึ่งน่าจะเป็นลีดส์

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คือการวัดจากฟอร์มการเล่น มันยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ทำให้ผลการแข่งขันที่เดาไว้นี่เปลี่ยนแปลงได้ นั่นก็คือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อาจจะจงใจเลือกที่จะผ่อนบางเกม หากเป็นเกมที่ใกล้ๆกับนัดยูโรปาลีกสำคัญๆ อย่างเกมรอบรอง, รอบชิง

ดังนั้น ในบรรดาเกมนัดที่ได้3คะแนนข้างต้นนี้ อาจจะมี”พลาด” อีกสักนัดนึงขึ้นมาก็ได้ ซึ่งมีโอกาสที่จะไปผ่อนเกมในช่วงนัดที่เจอลิเวอร์พูล ไม่ก็แอสตันวิลล่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราจึงต้องหัก3คะแนนจากหนึ่งในเกมพวกนั้นออกเหลือ 1แต้ม จากการคาดเดาจากฟอร์มทั่วไป

7นัดต่อจากนี้ ยูไนเต็ดน่าจะชนะ4 เสมอ3

คะแนนรวมของยูไนเต็ดจึงน่าจะเป็น : 63+3+1+1+1+3+3+3= “78” คะแนนในปีนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คาดเดาไว้เลยว่า คำตอบที่หลายๆคนอยากรู้ว่ายูไนเต็ดจะลดระยะห่างซิตี้ได้สักเท่าไหร่ ถ้าผลการแข่งขันออกมาประมาณนี้ ยูไนเต็ดก็จะห่างซิตี้ประมาณ “12 แต้ม”

3.Leicester City

West Bromwich Albion (เหย้า)

Crystal Palace (เหย้า)

Southampton (เยือน)

Newcastle United (เหย้า)

Manchester United (เยือน)

Chelsea (เยือน)

Tottenham Hotspur (เหย้า)

ลูกทีมของแบรนดอน ร็อดเจอร์ส ช่วงนี้ถือว่าฟอร์มตกพอสมควร พลาดแพ้บ่อยครั้ง คะแนนก็หยุดที่56แต้มมาสองนัดรวดแล้วจากการแพ้ซิตี้ แพ้ลีดส์ ถือว่าฟอร์มแกว่งอยู่เหมือนกัน มาลองเปรียบเทียบดูว่าทีมที่พวกเขาเจอแต่ละทีมจะแพ้ชนะยังไงบ้าง แต่พูดเลยว่า สามนัดสุดท้ายของเลสเตอร์คือนรกชัดๆ

เหย้าเวสต์บรอม = 3 ไม่น่ามีปัญหากับทีมเกรดจะตกชั้นนี้

เหย้าเจอพาเลซ = 3 บอลไดเร็คต์เจอบอลเค้าท์เตอร์ คงแลกกันสนั่น แต่หน้าพาเลซไม่ค่อยคมเท่าไหร่ วัดหน้าซึ่งๆหน้าจริงๆเลสเตอร์ชนะชัวร์เพราะคู่หน้าคมกว่าเยอะ

เยือนเซาท์ = 1 ในบรรดาสามนัดนี้คิดว่าเลสเตอร์อาจจะแกว่งสักหนึ่งเกม ดูจากทรงแล้ว เซาท์ดูจะมีความสามารถในการสู้กับเลสเตอร์มากด้วยเกมที่เหนียวแน่น และบอลยาวอาจจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้มาก ให้เจ๊ากันไป

เหย้านิวคาสเซิล = 3 เลสเตอร์ไม่น่าพลาดกับการเจอสาลิกาดง สามแต้มไม่ยาก

เยือนแมนยู = 0 บอกเลยว่าปีก่อนเป็นยังไง ปีนี้ก็เป็นแบบนั้น

เยือนเชลซี = 0 ความเหนียวของทูเคิล ไม่น่าจะยอมบอลไดเร็คต์ได้ง่ายๆ ผมว่าเค้ามีแทคติกรับมือเลสเตอร์ได้ ไม่ต่างกับที่ซิตี้ใช้4ตัวหน้าคู่CB (2วิงแบ็ค 2กลางรับ) ในการสกรีนบอลยาวที่มาถึงกองหน้า ให้ดวลกับกำแพงด่านแรกก่อน ไม่ให้ดวลกับกองหลังโดยตรง

เหย้าพบสเปอร์ = 3 จะให้เลสเตอร์แพ้สามนัดรวดช่วงท้ายเลยก็อาจจะเกินไป คงมีสักนัดนึงที่พวกเขาแข็งแกร่งพอจะรอดชีวิตได้ เชื่อว่าน้ามูช่วงนั้นน่าจะโดนกระแสปลดจากเก้าอี้รัวๆ อาจจะปั่นป่วนได้ ร็อดเจอร์สน่าจะชนะในนัดนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คะแนนรวมของเลสเตอร์จึงเป็น : 56+3+3+1+3+0+0+3 = 69คะแนน

4. West Ham United

Newcastle United (เยือน)

Chelsea (เหย้า)

Burnley (เยือน)

Everton (เหย้า)

Brighton and Hove Albion (เยือน)

West Bromwich Albion (เยือน)

Southampton (เหย้า)

ค้อนที่ถูกใช้งานโดย “เทพสายฟ้า” อย่างเจสซี่ ลินการ์ด ตอนนี้กำลังระเบิดพลังล้านโวลท์ไล่ขยี้คู่แข่งอย่างสุดมันส์ไม่หยุดมือ เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขามีโอกาสในการเข้าป้ายท็อปโฟร์หรือไม่ ในฐานะnewcomers ของtop4รายใหม่ แต่เท่าที่สังเกตคืองานเวสต์แฮมเบามากๆ

เยือนนิวคาสเซิล = 3 คงไม่พลาดกับเกมแบบนี้ สังเกตดูดีๆ นิวคาสเซิลเจอทีมท็อปโฟร์รัวๆเลย จะรอดตกชั้นไหมนิ

เหย้าเชลซี = 0 เชลซียังคงดีกว่าอยู่ ทั้งในด้านคุณภาพนักเตะและแทคติกการเล่น มอยส์ไม่น่าจะต้านทูเคิลไหวแน่นอน

เยือนเบิร์นลีย์ = 3 เวสต์แฮมแรงกว่า ในขณะที่เบิร์นลีย์ดูแล้วความเฉียบคมสู้ขุนค้อนไม่ได้เลย ขอให้เวสต์แฮม

เหย้าเอฟเวอร์ตัน = 0 อันเช่คงไม่พลาดที่จะจัดการเกมดังกล่าวแบบหมดจดได้ ท็อฟฟี่สีน้ำเงินยังมีเกรดที่ดีกว่าขุนค้อนอยู่ในภาพรวม

เยือนไบรจ์ตัน = 1อาจจะยากสักหน่อย ไบรจ์ตันมีอาวุธเยอะเหมือนกัน น่าจะขัดขาขุนค้อนได้

เยือนเวสต์บรอม = 3 แน่นอน ถึงตอนนั้นทีมมวยโลกWBA น่าจะตกชั้นไปแล้ว

เหย้าเซาท์แธมพ์ตัน = 1 มีโอกาสเสมอสูงมากๆ เซาท์ไม่น่าจะแพ้ง่ายๆแม้เวสต์แฮมจะแรงเพียงใด น่าจะออกเสมอมากกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ คะแนนรวมของเวสต์แฮมยูไนเต็ดเมื่อจบฤดูกาลจึงน่าจะเท่ากับ : 55+3+0+3+0+1+3+1 = 66คะแนน

5.Chelsea

Brighton and Hove Albion (เหย้า)

West Ham United (เยือน)

Fulham (เหย้า)

Manchester City (เยือน)

Arsenal (เหย้า)

Leicester City (เหย้า)

Aston Villa (เยือน)

เชลซีถือเป็นอีกทีมที่ยังมีลุ้นท็อปโฟร์อยู่อย่างเต็มตัว ยังไม่ได้ถูกตัดออกจากสารบบ โปรแกรมของเชลซีดูหน้ากระดาษเผินๆเหมือนจะไม่หนัก นอกจากแมนซิกับอาร์เซนอล แต่อย่าลืมว่า เวสต์แฮม กับ เลสเตอร์ คือทีมอันดับ3กับ4 ที่นำหน้าพวกเขาอยู่ในตอนนี้ ลองมาคำนวณเล่นๆว่าพวกเขาจะผ่านได้กี่นัด

เหย้าไบรจ์ตัน = 3 ทีมเกรดนี้ไม่น่าระคายเคืองความสามารถของตัวรุกระดับท็อปของสิงห์บลูส์ได้

เยือนเวสต์แฮม = 3 แม้เวสต์แฮมจะมีเกมรุกที่น่าสนใจ แต่การไปเยือนเวสต์แฮมในเกมแย่งท็อปโฟร์เกมนี้ เชลซียังคงมีคลาสของนักเตะโดยรวมที่เหนือกว่าเวสต์แฮมอยู่ นัดนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการลุ้นท็อป4เลยทีเดียว

เหย้าฟูแล่ม = 3 สามแต้มเต็มสถานเดียวเท่านั้น

เยือนแมนซิตี้ = 0 เกมกลางสนามจะเป็นตัวแปรสำคัญของชัยชนะ ในขณะที่แมนซิตี้น่าจะกำลังควบสุดแรงม้าเพื่อคว้าแชมป์ เชลซีคงเอาไม่อยู่

เหย้าอาร์เซนอล = 3 โคตรดาร์บี้แมตช์ที่ไม่น่าเกี่ยวว่าอาร์เซนอลอยู่ตรงไหน มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีโดยตรงของทั้งคู่มากกว่า แต่เราต้องยอมรับว่าคุณภาพทีมของไอ้ปืนใหญ่เป็นรองเชลซีจริงๆ

เหย้าเลสเตอร์ = 3 เลสเตอร์ที่ฟอร์มแกว่งดูจะมีจุดอ่อน และแผ่วปลายเหมือนช่วงซีซั่นก่อน เชลซีจะควบเฮือกสุดท้ายในการเข้าวินให้ได้ในช่วงสองนัดหลัง

เยือนวิลล่า = 3 ปัจจัยทางด้านmentalityแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมหนึ่งลุ้นท็อปโฟร์ กับอีกทีมที่อยู่กลางตารางแบบไม่มีผลใดๆทั้งนั้นกับทีมตัวเอง เชื่อว่าเชลซี “เอา” นัดนี้แน่ๆ

คะแนนรวมของเชลซีเมื่อจบฤดูกาลตามการคาดหมาย : 54+3+3+3+0+3+3+3 = 72

6.Liverpool

Leeds United (เยือน)

Newcastle United (เหย้า)

Manchester United (เยือน)

Southampton (เหย้า)

West Bromwich Albion (เยือน)

Burnley (เยือน)

Crystal Palace (เหย้า)

ทีมขวัญใจมหาชน ช่วงนี้กำลังเริ่มที่จะกลับมาสู่เส้นทางปกติได้บ้างแล้วจากการกลับมาชนะสามนัดในลีก ทั้งการเบียดวูล์ฟ ถล่มอาร์เซนอลขาดเละเทะ และล่าสุดเพิ่งเบียดวิลล่าได้สำเร็จเฉียดฉิว วัดฟอร์มหน้างานของลิเวอร์พูลที่ตัวรุกยังดีอยู่ในขณะที่หลังก็พอจะประคองได้ และการเรียกฟอร์มสำเร็จของเทรนท์ น่าจะมีหลายนัดที่พวกเขาเก็บชัยชนะได้

เยือนลีดส์ = 3 หากยังจำนัดเปิดได้ที่ซัดกันเละเทะ นัดนี้ก็เช่นกัน น่าจะแลกรัวหมัดกันอย่างสนุกเหมือนเดิมไม่มียั้งทั้งคู่ กุนซือไม่รู้จักบันยะบันยังกันอยู่แล้ว แต่ยังมองว่า “คลาส” ของเพลเยอร์ในสนาม ลิเวอร์พูลกินขาด ซึ่งน่าจะคุมและกดลีดส์ได้เข้าน้ำเข้าเนื้อพอประมาณ ยังให้ลิเวอร์พูลอยู่ ทั้งๆที่ใจเชียร์ลีดส์

เหย้านิว = 3 จะกี่ทีมที่มาเจอนิว ผู้เขียนให้สามแต้มหมดเกลี้ยง สาเหตุที่ง่ายที่สุดคือ 30กว่านัด พวกเขาแพ้ไป 15นัด ไม่ต้องอธิบายอะไรกันแล้วสำหรับปีนี้

เยือนแมนยู = 1 นี่คือการให้เกียรติอย่างขีดสุดโดยการวิเคราะห์ศักยภาพ “ณ ปัจจุบัน” การขาดเซ็นเตอร์หลักๆถือเป็นเรื่องสำคัญ ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆของทีม ยังต้องเรียกฟอร์มกลับมาสู่จุดสูงสุดให้ได้อีกครั้ง ซึ่งมันยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเกมการแข่งขันที่ว่านี้ของแดงเดือดภาคสามในซีซั่น เหลืออีกเพียงแค่สามนัดเท่านั้น ซึ่งมันสั้นเกินไปที่ลิเวอร์พูลจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโคตรทีมที่เก่งที่สุดในจักรวาลได้ทันภายในสามสัปดาห์

ยังไงซะก็คงจะต้องวัดด้วยความเป็นแดงเดือดที่ไม่มีใครยอมใคร ที่สำคัญที่สุดคือปัจจัยเรื่องเกมยุโรปของยูไนเต็ดที่อาจะมีการrotationเกิดขึ้น ในขณะที่ลิเวอร์พูลน่าจะได้พักมาแบบเต็มๆ ผลเสมอถือว่าแฟร์และเข้าใจได้สำหรับทั้งคู่

เหย้าเซาท์ = 3 ลิเวอร์พูลสาขาสองไม่น่าจะต้านสาขาหนึ่งได้ และเกมนัดนี้อาจจะทำให้พวกเขาเล็งนักเตะบางคนไปเสริมทีมอีกก็ได้ สนใจ”หวอดพร้าว” ไปเล่นแทนตะโก้ไหมล่ะคล็อปป์?

เยือนเวสต์บรอม = 3 และที่สำคัญเกมนี้ลิพูจะถล่มWBAเละเทะประกาศศักดาอย่างแน่นอนเพื่อให้รู้ว่า ปีหน้ากูมาแน่

เยือนเบิร์นลีย์ = 3 ถ้าจะมีนัดไหนพลาด ไม่น่าจะเป็นเกมนี้ อาจจะเป็นนัดหน้ามากกว่า คงเป็นอีกเกมที่คลาสต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เหย้าคริสตัลพาเลซ = 1  ของแสลงนัมบาวานของหงส์แดง เชื่อว่าพาเลซจะบุกมาทำลายปาร์ตี้คาบ้านได้ทั้งแมนยูทั้งลิเวอร์พูล อาจจะจบซีซั่นกันแบบกร่อยๆให้มันสุดไปเลยสำหรับลิเวอร์พูลปีนี้

คะแนนรวมของหงส์แดงตะแคงฟ้า : 52+3+3+1+3+3+3+1 = 69 (เหมือนจะคัมแบ็คอยู่นะเนี่ย)

7.Tottenham Hotspur

Everton (เยือน)

Southampton (เหย้า)

Sheffield United (เหย้า)

Leeds United (เยือน)

Wolves (เหย้า)

Aston Villa (เหย้า)

Leicester City (เยือน)

ไก่เดือยทองอาการค่อนข้างหนัก น้ามูก็มีข่าวโดนปลดหนาหูขึ้นทุกวี่ทุกวัน และยังมีหนึ่งเกมไฟนอลของคาราบาวคัพอีก ถือว่าสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย มีโอกาสเสียสมาธิหลายนัดพอควรดังนี้

เยือนเอฟ = 1 แม้อาจมีทีเด็ดน้าแจ้ในการเล่นงานจุดตายสเปอร์ได้ แต่ช่วงนี้เหมือนเอฟจะฟอร์มไม่ค่อยดี เมื่อคนไม่ดีมาเจอคนไม่ดีเหมือนกัน ก็แบ่งๆคะแนนกันไป

เหย้าเซาท์ = 3 ไก่เดือยทองยังคงมีมาตรฐานรวมๆของทีมที่ดีกว่าเซาท์แธมพ์ตันเยอะ

เหย้าเชฟยูฯ = 3 ไม่ต้องคอมเม้นอะไรนอกเสียจากว่า ทีมตกชั้นคงไม่มีอะไรมาสู้พวกเขาได้

เยือนลีดส์ = 3 ข้อนี้จำเป็นต้องทบทวนความจำว่า นัดแรกต้นซีซั่น สเปอร์อัดลีดส์ซะขาดลอย 3-0 จากการโดนแดงด้วย เกมนัดนี้อาจจะชนะด้วยระยะห่างของประตู 1-2ลูกเท่านั้น

เหย้าวูล์ฟ = 3 การเจอกับวูล์ฟที่ดรอปลงไปมากในปีนี้ ไม่ใช่งานยากแต่อย่างใด กับทีมที่อยู่กลางตารางชิลๆเช่นนี้

เหย้าวิลล่า = 3 เป็นการยากมากที่จะทายผลนัดนี้ ซึ่งรถบัสมาเป็นหลักแน่นอนกับทีมจอมเปิดเกมรุกแบบวิลล่า แต่จุดตัดสำคัญคือคลาสของตัวรุกสเปอร์ยังดีอยู่

เยือนเลสเตอร์ = 1 ครึ่งแรกกับแมนยูยังไง เกมนัดนี้ก็น่าจะเป็นแบบนั้น และหวังว่ากรรมการคงไม่มาริบประตูเลสเตอร์เอาดื้อๆอีกนะ!!

คะแนนรวมสเปอร์ส : 49+1+3+3+3+3+3+1 = 66

8.Everton

Tottenham Hotspur (เหย้า)

Arsenal (เยือน)

Aston Villa (เหย้า)

West Ham United (เยือน)

Sheffield United (เหย้า)

Wolves (เหย้า)

Manchester city (เยือน)

ต้องบอกว่าทีมของน้าแจ้ช่วงหลังๆฟอร์มตก ฟอร์มแกว่งอย่างมาก ล่าสุดก็ไม่ชนะมาสามนัดแล้ว ที่สำคัญคือเกมช่วงที่เหลือนี้ถือว่าค่อนข้างหนักจริงๆ เจอทั้งสเปอร์ อาร์เซนอล แมนซิตี้ เวสต์แฮม พูดได้เลยว่านรกบนดินชัดๆ

เหย้าสเปอร์ = 1 ใกล้เคียงสูสีกันมากๆ ทีมนึงบู่ ทีมนึงแกว่ง ให้แบ่งแต้มกันไป

เยือนอาร์เซนอล = 1 ดูฟอร์มทั่วๆไปแล้วถือว่าใกล้เคียงกัน มันไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด่นชัดกว่ามากๆ ต้นซีซั่นช่วงฟอร์มพีคๆของเอฟ เฉือนน่อลไป2-1 แต่ฟอร์ม ณ ตอนนี้ ขอให้เสมอกัน

เหย้าเจอวิลล่า = 3 ให้เอฟเวอร์ตันแล้วกันที่จะกลับมาได้ในเกมนี้

เยือนเวสต์แฮม = 0 วัดแทคติคกันแล้ว การเล่นของเอฟน่าจะไปเข้าทางเวสต์แฮมที่มีสปีดของลินการ์ดป่วนกองหลังพวกเขาได้ แม้จะมีก็อดฟรีย์ก็ตาม แต่น่าจะโดน “ก็อด ยิง ฟรี” อย่างแน่นอน

เหย้าเชฟยู = 3 ชั้นของการเล่นเทียบกันไม่ได้ และอันเช่ไม่มีทางพลาดกับเกมแบบนี้

เหย้าเจอวูล์ฟ = 3 ยังไงก็เฉือน น่าจะเป็นหนังภาคสองที่ซ้ำรอยเดิม เอฟเวอร์ตันจะเฉือนวูล์ฟเก็บสามได้

เยือนแมนซิตี้ = 1 หลายคนคิดว่ายังไงก็แพ้ แต่ซิตี้อาจจะแผ่วและเกิดอะไรบางอย่าง อย่างที่บอก ดังนั้นขอเป็นผลเสมอ

เอฟเวอร์ตันยังมีนัดตกค้างเหลือ ใส่เพิ่มให้อีก 1คะแนน จะทำให้เอฟเวอร์ตันมีคะแนนอยู่ที่ : 48+1+1+3+0+3+3+1+1 = 61คะแนน

*คะแนนที่นำมาลองคาดการณ์นั้น จะพิจารณาถึงแค่อันดับ8ซึ่งก็คือเอฟเวอร์ตัน เพราะคะแนนเกาะกลุ่มอยู่ในระดับที่ได้ลุ้นกับทีมอื่นๆที่คะแนนใกล้ๆกันอยู่หลายๆทีม ส่วนอันดับ9กับ10 อย่างอาร์เซนอล กับ ลีดส์ ถือว่าคะแนนอยู่ห่างออกไปทั้งคู่(45แต้ม) ดังนั้นไม่น่าที่จะมาได้ลุ้นอันดับไปฟุตบอลยุโรปแล้ว ต้องขออภัยสำหรับแฟนปืนใหญ่ตรงนี้ด้วยที่ต้องพิจารณาตามจริง

หลังจากที่คาดการณ์คะแนนของแต่ละทีมเมื่อจบฤดูกาลอย่างคร่าวๆแล้ว ทำให้เราพอจะเห็นภาพได้ว่า สุดท้ายแล้วอันดับในตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อจบ38นัดจะเป็นยังไง ก็มีทั้งเรื่องที่ตามคาด และเรื่องที่เกินความคาดหมาย ผลที่ออกมาเป็นดังนี้

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 90 คะแนน

2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 78 คะแนน

3. เชลซี 72 คะแนน

4. ลิเวอร์พูล 69 คะแนน (ประตูได้เสีย)

5. เลสเตอร์ ซิตี้ 69 คะแนน

6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 66 คะแนน (ประตูได้เสีย)

7. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด66 คะแนน

8. เอฟเวอร์ตัน 61 คะแนน

คำถามที่หลายๆคนอยากรู้ อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้ อย่างเช่น

-แมนยูจะไล่แมนซิตี้ทันไหมครับพี่? ปีนี้จะลดระยะห่างได้เหลือเท่าไหร่

: เห็นแล้วนะว่า ยังไงก็ไม่ทัน ไม่ต้องลุ้น แมนซิไม่มีทางพลาดแพ้3นัด ระยะห่างระหว่างเรากับเป๊ป ปีนี้อยู่ที่12คะแนน

-ใครจะจบท็อปโฟร์บ้างครับ

แมนซิตี้ แมนยู เชลซี สามทีมนี้มีโอกาสยืนพื้นสูงมากๆ ส่วนอันดับ4 ค่อนข้างสูสีว่า เลสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล จะเป็นสองทีมที่เบียดตำแหน่งนี้กัน ในโลกความเป็นจริงเชื่อว่า ทีมไหนก็ได้สองทีมนี้ มีโอกาสพอๆกัน

-เวสต์แฮมจะได้ไปUCLไหม?

: งานของเวสต์แฮมจริงๆไม่หนักมาก แต่ถ้าถามว่าพวกเขาดีพอจะไปเล่นในถ้วยหูใหญ่เลยหรือไม่ เวสต์แฮมไม่น่าจะรักษาฟอร์มการเล่นได้นิ่งสนิทจนจบฤดูกาล ถ้าพลังสายฟ้าแห่งเทพหมดลงเมื่อไหร่ ก็น่าจะแผ่วลง

-อนาคตของเลสเตอร์

: เสี่ยงมากที่จะผิดหวังอีกครั้งในการลุ้นอันดับท็อปโฟร์ของทีมจิ้งจอกปีนี้ ปัจจัยหลักๆคือเลสเตอร์งานหนักมากในสามนัดสุดท้าย มีโอกาสคะแนนบอดรัวๆสูง

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์คะแนนในพรีเมียร์ลีกอย่างคร่าวๆ วิเคราะห์ตามความน่าจะเป็นโดยดูฟอร์มหน้างาน และระดับของทีมนั้นๆเป็นหลัก ซึ่งผลการแข่งขันจริงๆคงจะไม่ได้เป็นไปตามนี้ และหลายๆนัดก็อาจจะเดาผิดบ้าง ก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านไว้ก่อน แต่อย่างน้อยเราก็พยายามคาดเดาให้ใกล้เคียงที่สุด

ดังนั้นผลที่ออกมาจึงเน้นการ “ทดลองใส่คะแนน” ในทุกๆนัดที่เหลือดู เพื่อให้เห็น “โอกาสที่ใกล้เคียงจะเกิดขึ้น” เท่านั้น ซึ่งก็ช่วยได้เยอะ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าทีมใดโปรแกรมหนัก-เบาแตกต่างกัน และดูทรงแล้วทีมไหนที่อันดับจะเปลี่ยนแปลงจากนี้เยอะ อย่างเช่น “เชลซี” ตอนนี้ที่อยู่อันดับ5 แต่ตำแหน่งอาจจะเหวี่ยงจนขึ้นมาถึง3ได้

ซึ่งสิ่งนี้เอาจริงๆแล้ว “ไม่น่าแปลกใจ”เลยหากจะลองวิเคราะห์ดูแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า อันดับในลีกปีนี้คล้ายตำแหน่งเดิมกับตารางพรีเมียร์ลีกปีที่แล้วเป๊ะๆ เพียงแต่ว่าตัดวงโคจรของแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลออกไปเท่านั้นเอง

สังเกตดีๆ อันดับ2-3-4 ของปีที่แล้ว ตรงกับอันดับ 1-2-3 ของปีนี้จริงๆ นั่นก็คือ แมนซิตี้ แมนยูไนเต็ด และ เชลซี โดยที่ลิเวอร์พูลร่วงลงไปนั้น ก็จะไปดรอปอยู่แถวๆตำแหน่งอันดับ4-5 กับเลสเตอร์นั่นเอง ซึ่งมันใกล้เคียงความเป็นจริงมากๆสำหรับ “มาตรฐาน” ที่รักษาเอาไว้คงที่ตามจริงของ แมนซิตี้ แมนยูไนเต็ด และเชลซี ที่น่าจะทำได้ตามเดิม

ส่วนแชมป์เก่าจากอันดับ1 แล้วปีนี้ตกลงมาอันดับ4 ถ้าทำได้ก็ยังถือว่าไม่ได้หลุดไปมากนัก ปีต่อๆไปยังมีโอกาสกลับมาอยู่ระดับtop 2 ได้ไม่ยากสำหรับลิเวอร์พูล

แต่จากการคำนวณในบทความนี้ ที่แน่ๆ อันดับ1 กับ อันดับ2 ในตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อจบซีซั่นก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงแล้วสำหรับทีมว่าที่แชมป์อย่าง “แมนเชสเตอร์ซิตี้” และว่าที่รองแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่น่าจะการันตีอันดับ2 เช่นกัน โดยทิ้งห่างกับซิตี้อยู่8-12แต้ม คือความห่างของฝีเท้าและความสม่ำเสมอในปัจจุบัน แทงบอลออนไลน์

น่าจะเป็นบทความที่ทำให้แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเห็นภาพรวมใหญ่ๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดีเลย และผมค่อนข้างเชื่อว่า แฟนลิเวอร์พูล กับแฟนเชลซี “ถูกใจสิ่งนี้” แน่ๆ ท้ายซีซั่นมาดูว่า สองทีมนี้จะมาตามนัดไหม

วิเคราะห์บอล เอลเช่ – เรอัล บายาโดลิด

Elche

Elche

Elche ฟราน เอสกรีบา ไม่มี กีโด้ การ์รีโย่ สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ ฟีเดล ชาเบส เด ลา ตอร์เร่ พ้นโทษแบนหวนคืนสู่ทีม ด้าน โฆเซ่

อันโตนิโอ โมเรนเต้ เตเต้, กอนซาโล่ เบร์ดู, อันโตนิโอ บาร์รากาน, โฆเซม่า ซานเชซ หรือ ปาโบล ปิอัตติ พร้อมสลับลงสนาม ส่วน โฆซาน

เฟร์รานเดซ, เอมีเลียโน่ รีโกนี่, บิคตอร์ โรดรีเกซ หรือ มิเกล อังเคล การ์รีโด้ ซีฟวนเตส ซีฟู จะเป็นสำรอง

เปเร่ มีย่า จะเล่นกองหน้าคู่ ลูกัส โบเย่ แดนกลางมี โฆเซ่ อันโตนิโอ โมเรนเต้ เตเต้, ราอูล กูตี, อีวาน มาร์โกเน่, ฟีเดล ชาเบส เด ลา ตอร์เร่

ลงทำเกม ส่วน อันโตนิโอ บาร์รากาน, กอนซาโล่ เบร์ดู, ดาเนียล กัลโบ, โฆเซม่า ซานเชซ จะลงคุมแนวรับ โดยมี เอ็ดการ์ บาเดีย ลงเฝ้าแทน เปาโล กาซซานีก้า

Real Valladolid

เซร์คิโอ กอนซาเลซ ไม่มี ชอน ไวส์มัน, ฆาเบียร์ ซานเชซ, ราอูล การ์เซีย การ์เนโร่, จาวัด เอล ยามิก กับ กีโก้ โอลีบาส สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์

ขณะที่ ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, มิเชล เอร์เรโร่ กับ หลุยส์ เปเรซ ฟื้นตัวกลับมาหลังติดเชื้อ’โควิด-19′ ด้าน ออสการ์ ปลาโน่ พ้นโทษแบนหวนคืนสู่ทีม

ส่วน มาร์กอส อันเดร มารานเญา, เฟเดรีโก้ ซาน เอเมเตรีโอ ดีอาซ, กับ โชต้า เนเวส ฟิตพร้อมเป็นตัวเลือก

เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า จะเล่นกองหน้าคู่ มาร์กอส อันเดร มารานเญา แดนกลางมี ฟาเบียน โอเรยาน่า, โรเก้ เมซ่า, รูเบน อัลการาซ, ออสการ์ ปลาโน่

ลงทำเกม ส่วน ไซดี้ ยานโก้, ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, บรูโน่ กอนซาเลซ, ลูกัส โอลาซ่า จะลงคุมแดนหลัง โดยมี จอร์ดี้ มาซิป ลงเฝ้าเสา

11 players as expected

Elche (4-4-2) : เอ็ดการ์ บาเดีย – อันโตนิโอ บาร์รากาน, กอนซาโล่ เบร์ดู, ดาเนียล กัลโบ, โฆเซม่า ซานเชซ – โฆเซ่ อันโตนิโอ โมเรนเต้ เตเต้,

ราอูล กูตี, อีวาน มาร์โกเน่, ฟีเดล ชาเบส เด ลา ตอร์เร่ – ลูกัส โบเย่, เปเร่ มีย่า

Real Valladolid (4-4-2) : จอร์ดี้ มาซิป – ไซดี้ ยานโก้, ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, บรูโน่ กอนซาเลซ, ลูกัส โอลาซ่า – ฟาเบียน โอเรยาน่า, โรเก้ เมซ่า,

รูเบน อัลการาซ, ออสการ์ ปลาโน่ – เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า, มาร์กอส อันเดร มารานเญา

สนาม : เอสตาดิโอ มานูเอล มาร์ตีเนซ บาเลโร่, Elche

ผู้ตัดสิน : โฆเซ่ มาเรีย ซานเชซ มาร์ตีเนซ

คืนวันพุธ ที่ 21 เมษายน 2564 แทงบอลออนไลน์

ปารีส กระหน่ำ อองเช่ร์ ไปถึง5 เม็ด ลิ่วตัดเชือกเฟร้นช์คัพ

ฟุตบอล เฟร้นช์ คัพ
ฟุตบอล เฟร้นช์ คัพ

ฟุตบอล เฟร้นช์ คัพ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง โชว์ฟอร์มสวยสดงดงามถล่ม อองเช่ร์ 5-0 โดย เมาโร อีการ์ดี้ ทำแฮตทริกได้

ทะยานเข้ารอบรอบชนะเลิศ ถ้วยเฟร้นช์ คัพ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฟุตบอล เฟร้นช์ คัพ รอบ 8 ทีม

เปแอสเช (ลีก เอิง) 5

อองเช่ร์ (ลีก เอิง) 0

สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์

เกมเริ่มขึ้นในเวลาเพียง 9 นาที Yulian Draxler เจาะช่องและปล่อยให้ Crowdi ผ่อนคลาย ก่อนการเปลี่ยนแปลงผู้รักษา

ประตูอองเช่ร์เข้าสู่ PSG ด้วยการนำ 1-0 ในนาทีที่ 16 อองเช่ร์ได้โอกาสลุ้นรับจากจิมมี่คาบอตและผ่อนคลายในเขตโทษ

ก่อนที่จะตีอย่างถูกต้อง แต่บอลเบาเกินไป Sergio Rico จับบอลได้ยาก ในนาทีที่ 23 เปแอสเชยิงประตูที่สอง ก่อนหักเข้ากลาง

ให้เนย์มาร์เตะบอลไปติดเซฟลูโดวิชบัตเทลแล้วเด้งวินเซนต์มันโซเข้าไปในสนามเจ้าบ้าน 2-0 สองนาทีก่อนจบครึ่งแรก

Mathias Pereira Lage ส่งบอลให้ Vincent Manso แต่บอลสูงข้ามคานทำให้ Angers ยังตามหา PSG-2 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ดังกล่าว

ในนาทีที่ 65 เมาโรโครว์ดี้ส่ายบอลเร็วแดร็กซ์เลอร์โยนบอลไปให้อองเช่ร์ผู้รักษาประตูบอลมาถึงเนย์มาร์พุ่งเข้าประตูไปป้อนเปแอสเชนำ

3 แต้ม -0 สามนาทีต่อมาเปแอสเชก้าวไปอีกขั้นอังเคลดิมาเรียส่งไม้กางเขนให้เมาโรและโครว์ดี้เข้าตาข่ายอย่างชัดเจน เจ้าบ้านหนีห่าง 4-0

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เปแอสเช มาได้ระตูที่ 5 จากจังหวะที่กองหลังอองเช่ร์ สกัดบอลไม่ดี มาเข้าทาง เมาโร อีการ์ดี้ ได้วอลเล่ย์เต็มข้อ

บอลพุ่งแรงเสียบคานอย่างสวยงาม และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัว ทำให้จบเกม เปแอสเช ถล่ม อองเช่ร์ 5-0
แทงบอลออนไลน์

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

 เปแอสเช : เซร์คิโอ รีโก้, โกแล็ง ดักบา, ธิโล่ เคห์เรอร์, ดานีโล่ เปเรยร่า, มิตเชล บัคเกอร์, อิดริสซ่า เกย์, เลอันโดร ปาเรเดส, อังเคล ดิ มาเรีย, เนย์มาร์, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, เมาโร อีการ์ดี้

 อองเช่ร์ : ลูโดวิค บูแตลล์, แว็งซ็องต์ ม็องโซ่, โรแม็ง โตมาส์, มาเตโอ พาฟโลวิช, มาธิอัส เปเรย์ร่า ลาเก้, ปิแอร์ริค กาแปลล์, อิบราฮิม อมาดู, โตมาส์ ม็องกานี่, ฌิมมี่ กาโบท์, ซาดา ติอูบ, สเตฟาน บาโอเก้น

เบิร์นสตีน เผยรู้สึกละอายใจกับเรือใบในการเข้าร่วมซูเปอร์ลีก

David Burnstein
David Burnstein

David Burnstein อดีตประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และประธานของเอฟเอ เผยรู้สึกละอายใจที่สโมสรเก่าตกลงเข้าร่วมการแข่งขันยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก

6 ทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีก บวกกับ 3 ทีมจากสเปนและ 3 ทีมจากอิตาลี ตบเท้าเข้าร่วมการจัดตั้งลีกใหม่ถึงแม้จะไม่ได้รับการรองรับจากยูฟ่าจึงสร้างประเด็นร้อนในโลกลูกหนังซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นการประณามกับการกระทำในครั้งนี้ เช่นเดียวกับทาง เบิร์นสตีน ที่ไม่เห็นด้วยอย่างแรง

“ผมละอายใจจริงๆ, ผมสนับสนุน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาทั้งชีวิต, นี่คือสโมสรที่ผมรัก แต่ผมละอายใจจริงๆ อย่างที่ผมรู้ว่า Gary Neville พูดว่าเขาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และผมคิดว่า Jamie Carragher กับ ลิเวอร์พูล” Burnstein กล่าวผ่าน BBC

“ผมละอายใจในฐานะสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ควรมีความรับผิดชอบอย่างมากกับเกมที่เหลือ มันคือชีวิตที่ผมคิดว่ามันจะจบลง มันเกิดขึ้นอย่างเลวร้ายมากๆ”

“เพราะมันเป็นลีกที่ปิด, อย่างที่พวกเขานำเสนอออกมา, ไม่มีการเลื่อนชั้นและตกชั้น ไม่สนใจถึงเกมที่เหลือ มันอาจจะเป็นลีกที่ตาย”

“มันไม่มีชีวิตชีวาของฟุตบอลอย่างที่เราเข้าใจ ผมคิดว่าความเย่อหยิ่งของ 6 ทีมอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง”

“ผมคิดว่ามีสองสิ่งในการเล่นที่นี่ : หนึ่งคือความโลภและอีกหนึ่งคือความสิ้นหวัง และนั่นเพราะว่าบางสโมสรเหล่านี้มีหนี้มหาศาล ผมเชื่อว่า บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด, และผมคิดว่าอย่างน้อยหนึ่งสโมสรของอังกฤษ กำลังมีหนี้เกือบ 1 พันล้านปอนด์”

“ผมคิดว่าพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง หนึ่งในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ทำในช่วงการระบาดของโรคคือการกำหนดให้มีการควบคุมค่าจ้าง พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อยู่บ้างเหมือนกัน” แทงบอลออนไลน์

อาณาเขตพระเจ้า! “ซลาตัน” ควักเงินซื้อป่าให้ตัวเอง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกจอมลีลา เอซี มิลาน ไม่เคยทำให้ผิดหวังเมื่อเจ้าตัวตกเป็นข่าวควักกระเป๋าซื้อป่า เก็บเอาไว้เพื่อใช้ทำกิจกรรมเมื่อเกษียณจากวงการลูกหนัง โดยงานนี้เจ้าตัวได้รับไฟเขียวให้ล่าสัตว์ ตกปลา ที่ชื่นชอบได้เต็มที่

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ามากประสบการณ์ “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ทำอะไรทั้งที่ต้องไม่เหมือนใครล่าสุดควักกระเป๋าซื้อป่าในประเทศสวีเดน เพื่อเป็นของขวัญชิ้นพิเศษให้กับตัวเองในวันคริสต์มาส จากการรายงานของ ลา กัตเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อดังในอิตาลี

จากรายงานระบุว่า อดีตกองหน้าสตาร์ดัง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า และ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควักกระเป๋าจำนวน 3 ล้านยูโร  เพื่อจัดการซื้อพื้นที่ส่วนหนึ่งในป่าที่น่าจะประมาณ 1,000 เฮกเตอร์

สำหรับป่าดังกล่าวนั้นตั้งอยู่ติดกับภูเขาหลายลูก โดยอยู่ในเขตแดนที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศสวีเดน กับ นอร์เวย์ ที่สำคัญ อิบราฮิโมวิช ได้รับอนุญาตให้ใช้รถวิ่งบนหิมะ หรือ “สโนว์โมบาย” ในพื้นที่ของตัวเองได้ และยังสามารถล่าสัตว์ กับตกปลาซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เขาชื่นชอบมากๆ ได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ตามปกติแล้วบรรดาพ่อค้าแข้งระดับโลกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ มักจะใช้เงินที่หามาได้จำนวนมหาศาลซื้อเคหสถานสุดหรู, รถยนต์ และสิ่งของที่เลิศหรูอลังการเอาไว้ประดับบารมี ซึ่งต่างจาก อิบราฮิโมวิช ที่เลือกซื้อป่า เพื่อเอาไว้ทำกิจกรรมเมื่อถึงวันที่ต้องแขวนสตั๊ด Read More

“บิ๊กแซม” หน้าบาน!นำเวสต์บรอมบุกแบ่งแต้มลิเวอร์พูล

แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ยิ้มแก้มปริเมื่อนำลูกทีมบุกเสมอ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ เกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ลูกทีมเล่นตามระบบที่วางไว้อย่างเคร่งครัด และต้องไม่เปิดเกมบุกมากจนเกินไป

   แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเคร่งครัด จนในที่สุดก็สามารถบุกเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา

“หงส์แดง” สามารถครองเกมได้เหนือกว่าทีมเยือนและมาได้ประตูเบิกร่องจาก ซาดิโอ มาเน่ ในช่วงครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังเจ้าบ้านยังคงเหนือกว่า แต่ “เดอะ แบ็กกี้ส์” มีโอกาสสวนกลับสร้างความหวาดเสียวได้บ้าง จนกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอในช่วง 8 นาทีสุดท้ายจาก  ซามี่ อาจายี่ จบเกม เวสต์บรอม บุกมาแบ่งแต้มในแอนฟิลด์ได้สำเร็จ และทำให้ “เดอะ เร้ดส์” เสมอในบ้านเกมแรกจาก 8 แมตช์หลังสุด

อัลลาร์ไดซ์ ซึ่งมีสถิติยอดเยี่ยมในการพบกับ ลิเวอร์พูล ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ โดยไม่แพ้เลย (ชนะ 1 เสมอ 3) จากการคุมทัพ ซันเดอร์แลนด์, คริสตัล พาเลซ, เอฟเวอร์ตัน และเวสต์บรอมฯ กล่าวว่า “ผมมองเห็นระบบการเล่นที่ดี และทีมที่พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อยับยั้งทีมที่เก่งที่สุดในลีกได้เล่นในสไตล์ของพวกเขา” Read More

Copyright ข่าวบันเทิง และเรื่องรถยนต์ 2021
Tech Nerd theme designed by Siteturner