อยากเป็นนักสืบเรียนสาขาไหนดี บทความวันนี้เราจะมาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนักสืบ

อยากเป็นนักสืบเรียนสาขาไหนดี
อยากเป็นนักสืบเรียนสาขาไหนดี
อยากเป็นนักสืบเรียนสาขาไหนดี

อยากเป็นนักสืบเรียนสาขาไหนดี บทความวันนี้เราจะมาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนักสืบ นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มากอย่างไร

นิติศาสตร์

แน่นอนว่าอาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย พื่อประกอบการสืบสวนคดีต่างๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมายก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่างๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้และไม่ได้ รวมไปถึงสามารถรู้ว่าคดีที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่

คณะนิติศาสตร์ ในไทยเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย ถ้าน้องๆ อยากจะเป็นนักสืบ พกความรู้ด้านนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานสู่อาชีพนักสืบได้แน่นอน

จิตวิทยา

อีกหนึ่งทักษะของนักสืบที่ควรมีคือ การเข้าใจความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของคน ที่แตกต่างกัน เพื่อหาแรงจูงใจ และคาดการณ์ถึงพฤติกรรม ผู้ที่เรากำลังตามสืบอยู่ ว่าเขาจะไปไหน กินอะไร คิดอะไร ติดต่อใคร ถ้ามีทักษะนี้มีแต้มต่อแน่นอนน

คณะจิตวิทยา ก็เป็นอีกคณะที่เปิดสอนอย่างแพร่หลาย บางที่เป็นหนึ่งสาขาที่อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

สังคมวิทยา และ มานุษยวิทยา

ทักษะการสอดแหนม ทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มคนหรือสังคมนั้นๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่นักสืบขาดไม่ได้ สาขานี้เรียกสั้นๆ ว่า “สังวิทฯ” เน้นการศึกษา ทั้งตัวมนุษย์ และสังคมความเป็นอยู่ ด้วยวิธีการเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมคือไปใช้ชีวิต และสังเกตการณ์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความคิดของคน

คณะนี้มีเปิดสอนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นสาขาที่อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบางที่ก็อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ด้วย ต้องดูดีๆ น้า

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี

การสืบสวนบางกรณีจำเป็นต้องใช้ทักษะที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งความรู้ความสามารถในการสังเกตและตั้งสมมติฐาน โดยการใช้หลักวิทยาศาตร์ คณะนี้สามารถต่อยอดไปสอบเป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้ทักษะคล้ายคลึงกันได้

คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเรียนวิทยาศาตร์ จบมาเป็นได้แค่นักวิทยาศาสตร์หรือเปล่า จริงๆ แล้วการเรียนในคณะนี้สามารถต่อยอดไปได้หลายอาชีพมากๆ ทำให้มีเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

นิติวิทยาศาสตร์

การสืบสวนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ คณะนี้เปิดสอนในระดับปริญญาโท เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการพิสูจน์หลักฐาน ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขามาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะ ทั้งการสืบสวนจากหลักฐาน ลายนิ้วมือ เลือด เส้นผม อสุจิ น้องๆ น่าจะเคยเห็นบ่อยๆ ในซีรีส์ หรือการไขคดีดังๆ ที่ทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้

คณะนี้เปิดสอนอย่างแพร่หลายในหลายมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ

อาชญาวิทยา

อาชีพนักสืบมีทั้งทำงานให้เอกชน และภาครัฐ ทำงานในหลายคดี ในส่วนของสาขานี้จะพูดถึงการสืบสวนในส่วนของคดีอาญาโดยเฉพาะ คือการศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมในแง่ต่างๆ ทั้งสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ลักษณะ ประเภท และพฤติกรรมของอาชญากรด้วย ทำให้ต้องเรียนทั้งสังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา และกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึง “จิตใจของอาชญากร” ทำให้สามารถหาหลักฐานและไขคดีได้นั่นเอง

 

 

นักสืบต้องอาศัยประโยชน์จากเทคโนโลยีให้มาก

ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้พัฒนาไปไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับ
อะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เทคโนโลยีสามารถ ทำได้ง่ายเหมือนร่ายมนต์
นักสืบควรติดตามเทคโนโลยีให้ทัน ควรหมั่นหาความรู้อยู่สม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น
การค้นหาข้อมูลของเป้าหมาย จากอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่นักสืบควรจะต้อง
ศึกษาเรียนรู้และ ทำได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อประหยัดเวลา เงินตรา อารมณ์
และสามารถบรรลุผลของการสืบได้อย่างถูกต้อง ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักสืบโดยตรง นักสืบจะได้รับความเชื่อถือจากผู้ว่าจ้าง
และเป็นที่ยอมรับ ในแวดวง พวกนักสืบด้วยกัน ราวกับเป็นพ่อมดแห่งนักสืบทีเดียว

 

นักสืบต้องมีคุณธรรม

ไม่มีงานสืบใดในโลกที่สามารถรับรองผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์
นักสืบไม่ควรคุยโอ้อวดว่าสามารถสืบเรื่องราวใดๆก็ได้ ราวกับเซียนผู้วิเศษ
เพราะการเป็นนักสืบ ไม่ได้หมายถึงการจับยามสามตาล่วงรู้ทุกสรรพสิ่ง
เมื่อมีการติดต่อว่าจ้างเข้ามา
นักสืบไม่ควรอวดอ้างสรรพคุณของตนเองว่าสามารรับรองผลการสืบได้ 100 เปอร์เซ็นต์
เพราะจะทำให้ดูขาดความน่าเชื่อถือ
นักสืบควรวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้จากการบอกเล่าของผู้ว่าจ้าง
ถึงเนื้องานนั้นๆว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดในการสืบ
นักสืบควรถามผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนถึงขอบเขตงานที่จะให้ทำ
เมื่อนักสืบทำการวิเคราะห์อย่างคร่าวๆจากข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างให้มา
และรู้ถึงขอบเขตงานแล้ว จึงค่อยตัดสินใจรับงานนั้น
และทำการตกลงกับผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดในการสืบ เพื่อเป็นการ
save ตัวของนักสืบไม่ให้ถูกกดดันจนเกินไป
การ ตามสืบในเรื่องใดๆก็ตาม เมื่อนักสืบ สืบได้ความจริงแล้ว
ไม่ควรนำข้อมูลนั้นกลับไปข่มขู่คุกคามเป้าหมาย ให้เอื้ออำนวยผลประโยชน์
อย่างใดอย่างหนึ่งแก่นักสืบ เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยความลับของเป้าหมาย
การกระทำแบบนี้ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง นักสืบต้องตระหนักและเข้าใจว่า
หน้าที่ของนักสืบคือการสืบให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ของผู้ว่าจ้างเท่านั้น
นักสืบมิใช่ตุลาการที่จะคอยตัดสินความผิดถูกของผู้หนึ่งผู้ใด
หรือนักสืบไม่ใช่นักการตลาด ที่จะคอยหาผลประโยชน์จากการถือไพ่เหนือกว่าเป้าหมาย
อันเนื่องมาจากกำความลับของเป้าหมายอยู่
นักสืบเมื่อสืบได้ข้อสรุปแล้วควรรีบรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบและส่งมอบงาน ทันที

 

นักสืบต้องเป็นคนช่างสังเกต

บ่อย ครั้งที่นักสืบทำเป้าหมายหลุด จากการติดตามทั้งๆที่ ตัวเป้าหมายเอง
มิได้ทราบเลยว่า มีนักสืบคอยติดตามอยู่เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่นักสืบคอยติดตามนั้น
มีความระมัดระวังตัว มีการปลอมแปลงตัวอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
จนยากต่อการติดตาม
ดังนั้นนักสืบต้องคอยสังเกตให้ดีถึงจุดเด่นของเป้าหมายว่ามีส่วนใดที่สามารถ
จดจำได้ง่าย เช่น สีผิว ทรงผม สีเล็บ ส่วนสูง ความอ้วน ผอม
หรือแม้กระทั่งจังหวะการก้าวเดิน สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆ
จุดสังเกตเล็กๆน้อยเหล่านี้ จะช่วยให้นักสืบสามารถติดตามเป้าหมาย
ได้ตลอดโดยไม่หลุดหายไปเสียก่อนเวลาอันควร

 

งานของนักสืบ

จะ ว่าไปแล้ว อาชีพนักสืบถือว่าเป็นอาชีพที่เก่าแก่ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ไม่ว่านักสืบในยุคสมัยใด ก็ล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
คือสืบเรื่องราวที่เป็นความลับทั้งหลาย
งานของนักสืบคือการทำให้ความลับเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด
นักสืบต้องเข้าถึงที่สุดของความลับ งานจึงจะบรรลุเป้าหมาย
นักสืบเปรียบเสมือนเป็นผู้ถักทอความจริงให้ปรากฎ นักสืบคือผู้ตามล่าหาความจริง
นักสืบเหมือนผู้นำจิ๊กซอว์แห่งความจริงมาเชื่อมต่อกันจนปรากฎเป็นรูปร่างที่ สมบูรณ์
นักสืบคือผู้พิชิตความลับ นักสืบคือผู้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความลับและความจริง
วิถีชีวิตของนักสืบเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

 

นักสืบต้องหมั่นศึกษาหาความรู้

นักสืบควรที่จะรู้จักเรียนรู้เทคนิค วิธีการสืบจากผู้มาก่อน หรือนักสืบรุ่นพี่ๆ
เพื่อที่จะไม่เสียเวลาในการ ลองผิดลองถูกในการเป็นนักสืบ
มีเรื่องมากมายหลายอย่างที่สามารถลองผิดลองถูกได้ แต่การเป็นนักสืบ
ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรลองผิด ควรจะลองถูกเพียงอย่างเดียว
เพราะว่าความผิดพลาดเพียงเล็กๆน้อยของนักสืบ
หมายถึงเรื่องราวและปัญหาอีกมากมายที่จะตามมา
อาจทำให้นักสืบต้องมาเสียเวลาแก้ปัญหาจนไม่สามารถบรรลุผล ของการสืบได้ ดังนั้น
นักสืบควรหาเวลาและโอกาสในการเข้าทำการศึกษาหาความรู้จากผู้มีประสบการณ์
หรืออาจหาเวลามาแชร์ประสบการณ์ในหมู่เพื่อนนักสืบด้วยกัน

 

นักสืบต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง

เมื่อ มีการติดต่อว่าจ้าง ให้สืบเรื่องใดแล้ว thailand private investigator
สิ่งหนึ่งที่นักสืบต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ
การรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง  เมื่องานนั้นสิ้นสุดลง มีการส่งมอบงานกันแล้ว
แต่ความรับผิดชอบของนักสืบ กลับไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น
สิ่งที่นักสืบต้องทำต่อไปคือการรักษาความลับของผู้ว่าจ้าง โดยไม่นำมาเปิดเผยต่อ
บุคคลอื่น เพราะว่าเรื่องราวบางอย่างมีความสำคัญเกี่ยวเนื่องถึง
เกียรติยศชื่อเสียงของผู้ว่าจ้าง หากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว
ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ว่าจ้าง และตัวนักสืบเอง ผู้ว่าจ้างอาจเสื่อมเสียชื่อเสียง
นักสืบเองก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การรักษาความลับให้กับผู้ว่าจ้าง
จึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของนักสืบ เนื่องจากว่า
ผู้ที่มาว่าจ้างย่อมให้ความไว้วางใจในตัวนักสืบ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย
การที่นักสืบนำเรื่องราวของผู้ว่าจ้างไปเปิดเผยแม้โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ ตาม
ก็เหมือนกับนักสืบนั้นได้ทำการ ทุบหม้อข้าวของตนเอง
การรักษาความลับให้ผู้ว่าจ้างนี้ยังรวมถึง การติดต่อว่าจ้างตอนเริ่มต้น
ถึงแม้ว่าจะไม่มีการว่าจ้างเกิดขึ้นจริงๆก็ตาม
นักสืบจำเป็นต้องเก็บรักษาเรื่องราวเหล่านี้ไว้ ไม่นำไปเปิดเผย
และให้เป็นความลับติดตตัวนักสืบตลอดไป

อยากเป็นนักสืบ คุณสมบัติที่จะเป็นนักสืบมีอะไรบ้าง

อยากเป็นนักสืบ
อยากเป็นนักสืบ
อยากเป็นนักสืบ

อยากเป็นนักสืบ คุณสมบัติที่จะเป็นนักสืบมีอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นเพื่อให้คุณได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากภายใน

1. ตอบสนองความต้องการด้านการศึกษา หากคุณต้องการเป็นนักสืบการมีประกาศนียบัตรมัธยมปลายหรือ GED เป็นข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับทั้งสองประเภท แต่ถ้าคุณศึกษาต่อในระดับสูงและสำเร็จการศึกษากับผู้ร่วมงานหรือแม้แต่ระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานตำรวจเช่นกระบวนการยุติธรรมทางอาญากฎหมายอาญาอาชญวิทยามนุษยสัมพันธ์การพิจารณาคดีนิติวิทยาศาสตร์รัฐศาสตร์และวิธีพิจารณาความอาญา แล้วคุณจะทำให้ตัวเองเป็นผู้สมัครที่ต้องการมากยิ่งขึ้น หลายหน่วยงานต้องการหลักสูตรระดับวิทยาลัยหรือระดับวิทยาลัย private investigator bangkok
  • คุณยังสามารถค้นหาหลักสูตรปริญญาที่มีส่วนประกอบของการฝึกงานซึ่งจะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ในชีวิตจริงมากขึ้น
  • ในขณะที่คุณกำลังให้ความรู้ตัวเองดูว่าคุณสามารถหาภาษาต่างประเทศที่มีประโยชน์สำหรับชุมชนของคุณได้หรือไม่เช่นภาษาสเปน การรู้ภาษาต่างประเทศเป็นทรัพย์สินที่สำคัญสำหรับหน่วยงานในเมืองและหน่วยงานของรัฐบาลกลางจำนวนมากและสิ่งนี้จะช่วยให้คุณเป็นผู้สมัครที่ต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มักใช้ภาษาที่สอง
  • การได้รับปริญญาในวิทยาลัยหรือปริญญาตรีจะทำให้คุณมีเงินเดือนเริ่มต้นที่สูงขึ้น
2. มีอายุอย่างน้อย 21 ปี นี่เป็นข้อกำหนดอีกประการหนึ่งในทั้งสองรัฐดังนั้นคุณจะไม่สามารถเป็นนักสืบได้เมื่อคุณออกจากโรงเรียนมัธยมปลาย ในขณะที่คุณกำลังรออายุ 21 ปีคุณจะได้รับประโยชน์จากการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องหรือการศึกษาระดับสูง
3. ตรงตามข้อกำหนดทางกายภาพ เมื่อคุณสมัครเป็นนักสืบคุณจะต้องผ่านการตรวจร่างกายเพื่อแสดงว่าคุณมีการมองเห็นที่ดีการได้ยินความแข็งแรงและความว่องไว
4. มีบันทึกที่สะอาด หากคุณมีความเชื่อมั่นทางอาญาคุณอาจถูกตัดสิทธิ์ คุณอาจถูกขอให้เข้ารับการทดสอบเครื่องจับเท็จและผ่านการสัมภาษณ์หลาย ๆ ครั้งดังนั้นโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณซื่อสัตย์เกี่ยวกับอดีตของคุณ
5. มีใบขับขี่. คุณจะต้องมีใบขับขี่เพื่อเป็นนักสืบ
6. มีคุณสมบัติที่คุณต้องการเพื่อเป็นนักสืบที่ดี แม้ว่าคุณจะสามารถพัฒนาคุณสมบัติเหล่านี้ได้ตลอดอาชีพการงาน แต่การเริ่มต้นด้วยคุณสมบัติที่ทำให้คุณสมบูรณ์แบบสำหรับงานนั้นสามารถเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ คุณสมบัติบางประการที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเป็นนักสืบมีดังนี้
  • ความสามารถในการทำงานหลายอย่าง แม้ว่าคุณจะมุ่งเน้นไปที่ทีละกรณี แต่คุณมักจะมีงานหลายอย่างและเอกสารมากมายที่ต้องทำภายในระยะเวลาอันสั้นดังนั้นคุณต้องสามารถจัดการกับงานที่หลากหลายได้ในคราวเดียว
  • ทักษะการสื่อสารที่เหนือกว่า หากคุณต้องการตรวจสอบอาชญากรรมอย่างสุดความสามารถคุณจะต้องสามารถพูดคุยกับผู้คนอย่างสบายใจ แต่มั่นคงเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับข้อมูลที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • มีทักษะการเขียนที่ดี การเป็นนักสืบไม่ใช่แค่การออกไปภาคสนามการไล่ล่าความเร็วสูงและการทำตามโอกาสในการขายที่น่าตื่นเต้น จะต้องมีงานเขียนมากมายที่เกี่ยวข้องและคุณจะต้องรู้วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ผ่านการเขียนที่กระชับและเข้าถึงได้
  • ความอดทน หากคุณต้องการเป็นนักสืบที่ดีคุณจะไม่สามารถหมกมุ่นอยู่กับการไขคดีได้ทันที อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการติดตามผู้นำและงานนักสืบจำนวนมากของคุณจะนำไปสู่ทางตัน
  • การรับรู้ คุณต้องพัฒนาความสามารถในการรับรายละเอียดทั้งหมดของสถานที่เกิดเหตุและคิดหาข้อมูลในรูปแบบดั้งเดิมที่จะช่วยให้คุณเข้าใกล้การค้นหาวิธีแก้ปัญหามากขึ้นอีกขั้น

 

1.เข้ารับการฝึกอบรมเป็นตำรวจ แม้ว่าการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่บังคับในการเป็นนักสืบ แต่ขอแนะนำอย่างยิ่ง คุณสามารถรับประสบการณ์ในรูปแบบอื่น ๆ เช่นการฝึกทหาร แต่นี่เป็นเส้นทางที่เหยียบย่ำได้ดีที่สุด ในการรับสมัครตำรวจคุณจะต้องสำเร็จหลักสูตรสถาบันฝึกอบรมซึ่งจะทำให้คุณต้องผ่านการทดสอบเป็นลายลักษณ์อักษรและทางกายภาพก่อนที่คุณจะเป็นเจ้าหน้าที่ คุณสามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ที่กรมตำรวจในพื้นที่หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐบาลกลาง โดยทั่วไปหลักสูตรเหล่านี้จะใช้เวลาประมาณ 14 สัปดาห์ 
  • โปรแกรมนี้เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมและการศึกษาในชั้นเรียนซึ่งจะรวมถึงการป้องกันตัวเองการควบคุมการจราจรและการปฐมพยาบาล
2. ได้รับประสบการณ์การทำงาน เมื่อคุณได้เป็นตำรวจแล้วคุณจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เป็นเวลาอย่างน้อยสามปีก่อนที่คุณจะมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งนักสืบ คุณจะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของคุณทราบว่าคุณต้องการรับการเลื่อนตำแหน่งและคุณสนใจที่จะเป็นนักสืบ ในการพิสูจน์ตัวเองคุณจะต้องก้าวไปให้ไกลกว่าการปฏิบัติหน้าที่ทำคะแนนสอบเอเจนซี่ให้สูงและได้รับคะแนนสูงจากการประเมินจากผู้บังคับบัญชา วิธีทำให้ตัวเองโดดเด่นเมื่อได้รับประสบการณ์มีดังนี้
  • ทำความเข้าใจกับเทคนิคและเทคโนโลยีล่าสุดและเข้าใจคอมพิวเตอร์ ศึกษานิติคอมพิวเตอร์เพื่อเรียนรู้วิธีต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ อัปเดตความก้าวหน้าล่าสุดอยู่เสมอเพื่อให้คุณพร้อมที่จะเป็นนักสืบเมื่อถึงเวลา การเรียนหลักสูตรวิทยาลัยในช่วงกลางคืนสามารถช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ของคุณได้
  • ฟิตร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอออกกำลังกายแบบแอโรบิคและเพิ่มความแข็งแรงและดูฟิตร่างกายเพื่อที่คุณจะสามารถรับมือกับลักษณะงานที่เหนื่อยยากของคุณได้
  • พัฒนาทักษะการสืบสวนของคุณ คุณต้องตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียด สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักสืบ
  • เขียนรายงานโดยละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุและอุบัติเหตุเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดผ่านคุณไปได้
3. เตรียมพร้อมที่จะทำการทดสอบนักสืบได้ทุกเมื่อ หากคุณทราบว่าหน่วยงานของคุณเสนอการทดสอบนี้คุณควรเตรียมพร้อมที่จะทำการทดสอบนี้ได้ตลอดเวลาไม่ว่าหน่วยงานนั้นจะเปิดรับหรือไม่ก็ตาม สิ่งนี้ไม่เพียง แต่จะทำให้คุณพร้อมสำหรับงาน แต่ยังแสดงถึงความคิดริเริ่มและจะทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้นเมื่อถึงเวลา
4. รับการฝึกอบรมเพื่อเป็นนักสืบ หากคุณทำงานในรัฐหรือกรมตำรวจขนาดใหญ่คุณจะได้รับการฝึกอบรมในสถาบันตำรวจของหน่วยงานของคุณเอง แต่ถ้าคุณทำงานในแผนกเล็ก ๆ คุณอาจต้องไปที่สถาบันการศึกษาของรัฐหรือภูมิภาคเพื่อรับการฝึกอบรมของคุณ การฝึกอบรมของคุณจะเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองกฎหมายของรัฐกฎหมายรัฐธรรมนูญตลอดจนจริยธรรมของตำรวจ นอกจากนี้คุณยังจะได้รับการฝึกฝนในด้านอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงวิธีการใช้อาวุธปืนการป้องกันตัวการปฐมพยาบาลและการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
  • ทางเลือกหนึ่งคือเข้าสู่ National Academy ของสำนักงานสอบสวนกลาง สถาบันการศึกษานี้มีการฝึกอบรมนักสืบในเขตเทศบาล
1. รับประสบการณ์การทำงาน แม้ว่าการทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังคงเป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับการเป็นนักสืบเอกชน แต่คุณยังสามารถทำงานให้กับ บริษัท ประกันภัยหรือ บริษัท รวบรวมในด้านการเงินในฐานะคู่สัญญาหรือทนายความหรือในฐานะนักบัญชี คุณยังสามารถทำงานในกองทัพหรือแม้กระทั่งในงานข่าวกรองของรัฐบาลกลาง หลายคนถึงกับเป็นนักสืบส่วนตัวเป็นอาชีพที่สอง
  • โดยพื้นฐานแล้วประสบการณ์การทำงานในสาขาที่ค่อนข้างเกี่ยวข้องกับการเป็นนักสืบเอกชนจะช่วยให้คุณเป็นผู้สมัครที่ดีขึ้นสำหรับงานนี้ ไม่มีใครอยากจ้างนักสืบเอกชนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างแน่นอน
2
รับใบอนุญาต รัฐส่วนใหญ่กำหนดให้คุณต้องได้รับใบอนุญาตเป็นนักสืบเอกชนหรือนักสืบดังนั้นโปรดตรวจสอบข้อกำหนดของรัฐของคุณ บางรัฐมีข้อกำหนดมากกว่ารัฐอื่น ๆ หากคุณพกปืนพกคุณมักจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติมเช่นกันขึ้นอยู่กับสถานะของคุณ จำไว้ว่าคุณจะต้องมีใบอนุญาตในการพกพาอาวุธปืน

  • หากคุณเป็นนักนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์รัฐของคุณอาจกำหนดให้คุณต้องได้รับใบอนุญาตเป็นนักสืบเอกชนเช่นกัน แม้ว่าจะไม่จำเป็น แต่ใบอนุญาตจะช่วยให้คุณติดตามงานสืบสวนได้
3. รับการรับรองจากองค์กรวิชาชีพ นักสืบส่วนตัวบางคนยังได้รับการรับรองซึ่งช่วยให้พวกเขาก้าวขึ้นสู่อาชีพได้ หากคุณเชี่ยวชาญในการประมาทเลินเล่อหรือการป้องกันอาชญากรรมคุณสามารถรับการรับรองได้ที่ National Association of Legal Investigators หากคุณเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคุณสามารถได้รับการรับรองจาก ASIS International ซึ่งมีใบรับรอง Professional Certified Investigator
4. รับงานที่หน่วยงานนักสืบเอกชน โดยปกติแล้วนี่เป็นขั้นตอนแรกก่อนที่คุณจะออกไปได้ด้วยตัวเอง หน่วยงานเหล่านี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กไม่มีที่ว่างสำหรับความก้าวหน้ามากนักและไม่มีขั้นตอนหรือตำแหน่งที่แน่นอนที่คุณสามารถติดตามเพื่อเลื่อนตำแหน่งในอาชีพของคุณได้ ถึงกระนั้นคุณควรได้รับประสบการณ์สองสามปีในเอเจนซี่นี้ก่อนที่จะลองทำด้วยตัวเอง
5. พิจารณาเป็นนักสืบเอกชนของ บริษัท หากหน่วยงานนักสืบเอกชนไม่ใช่ของคุณคุณสามารถทำงานเป็นนักสืบขององค์กรหรือกฎหมายได้เช่นกัน ตำแหน่งนี้มีความต้องการพอ ๆ กับงานในหน่วยงานเอกชนแม้ว่าคุณอาจใช้เวลาในสนามน้อยลง
6. พิจารณาเริ่มต้น บริษัท ของคุณเอง เมื่อคุณมีประสบการณ์เพียงพอและสร้างฐานลูกค้าได้แล้วคุณสามารถเริ่มต้น บริษัท ของคุณเองได้หากคุณต้องการเป็นอิสระมากขึ้น คุณสามารถจ้างคนอื่นหรือทำงานด้วยตัวคุณเอง แม้ว่าการเริ่มต้น บริษัท ของคุณเองอาจเป็นเรื่องยาก แต่คุณจะได้รับผลประโยชน์เมื่อคุณประสบความสำเร็จ

วิธีการเป็นนักสืบเอกชน

1. ค้นคว้าข้อกำหนดในพื้นที่ของคุณ เกือบทุกรัฐในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศต้องการการศึกษาหรือประสบการณ์ในระดับหนึ่งจึงจะได้รับใบอนุญาตนักสืบเอกชน ข้อมูลด้านล่างจะช่วยให้คุณมีคุณสมบัติในกรณีส่วนใหญ่ แต่ควรตรวจสอบกฎหมายในพื้นที่ที่คุณวางแผนจะทำงานเป็นอย่างดีที่สุด
  • ประวัติอาชญากรรมทำให้คุณขาดคุณสมบัติในเกือบทุกภูมิภาค แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีใบอนุญาตนายจ้างที่มีศักยภาพของคุณอาจเรียกใช้การตรวจสอบประวัติของคุณ
  • ขณะนี้สหราชอาณาจักรไม่มีข้อกำหนด แต่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในไม่ช้า

 

2. ศึกษาวิชาที่เกี่ยวข้องในวิทยาลัย (แนะนำ) หลายภูมิภาคไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาสี่ปี แต่ขอแนะนำอย่างยิ่งสำหรับทุกคนที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาสองหรือสี่ปีในสาขากฎหมายอาญากระบวนการยุติธรรมทางอาญาหรือวิทยาศาสตร์ตำรวจ
  • อีกวิธีหนึ่งคือการศึกษาการบัญชีหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องที่จะมีสิทธิ์ในฐานะเป็นผู้ตรวจสอบขององค์กรผู้ตรวจสอบเหล่านี้ส่วนใหญ่จะตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการยักยอก
  • แม้ในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องได้รับปริญญา แต่ก็อาจนับรวมในข้อกำหนดด้านประสบการณ์การทำงาน ตัวอย่างเช่นในแคลิฟอร์เนียปริญญากฎหมายหรือปริญญาวิทยาศาสตร์ตำรวจสี่ปีจะกำจัดชั่วโมง 2,000
3. ประเมินลักษณะนิสัยของคุณ ความคิดของคุณเกี่ยวกับงาน PI น่าจะมีเสน่ห์มากกว่าของจริง งานส่วนใหญ่ของคุณจะเกี่ยวข้องกับการค้นคว้าทางออนไลน์การเฝ้าระวังและการเตรียมบันทึกสำหรับการนำเสนอของศาล สิ่งนี้ต้องใช้คนที่มีทักษะและอารมณ์เฉพาะ:
  • ทักษะการสังเกตที่ยอดเยี่ยม
  • ทักษะการสื่อสารด้วยการพูดและการเขียนที่ดีเพื่อช่วยให้คุณทำงานกับลูกค้าและนำเสนอต่อคณะลูกขุน
  • ทักษะการตัดสินใจอย่างรวดเร็วและความมีไหวพริบ
  • ทักษะทางเทคโนโลยีระดับปานกลางโดยเฉพาะการวิจัยออนไลน์และเทคโนโลยีการเฝ้าระวัง
  • ความสามารถในการจัดการกับสถานการณ์ที่มีความเครียดสูงเป็นครั้งคราวความต้องการทางร่างกายและจิตใจและชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและผิดปกติ

 

4. เตรียมความเบื่อหน่าย. คุณอาจคิดว่าการเป็น PI คือการทำงานในสำนักงานที่มีควันและมืดในพื้นที่ที่ไม่สมบูรณ์ของเมืองในขณะที่หญิงสาวที่มีความทุกข์เข้าแถวอยู่ที่ประตูบ้านของคุณ ในความเป็นจริงคุณจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในรถที่จอดไว้กลางชานเมืองไม่สามารถวิ่งไปที่ Taco Bell ได้แม้ว่าคุณจะหิวโหยเพราะ Joe Schmo สามารถออกมาได้ทุกนาที คุณจะเบื่อ
  • คุณจะเหนื่อยมาก หากการตื่นอยู่ไม่ใช่เรื่องของคุณนี่ไม่ใช่งานสำหรับคุณ เพื่อนสนิทของคุณจะแวะดื่มกาแฟยามดึกเครื่องดื่มชูกำลังและที่นั่งด้านหน้ารถของคุณ หวังว่าคงสบาย!
  • นี่ไม่ใช่งานที่อนุญาตให้ทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ แม้ว่าคุณจะซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้พยายามถ่ายภาพนั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมงแต่คุณก็ไม่สามารถอ่านหนังสือหรือเล่น Bejeweled ในขณะที่รอได้ ต้องใช้สมาธิเป็นระยะเวลานาน – บางครั้งอาจยืดเวลาออกไปโดยไม่ทำอะไรเลยนอกจากรอ หากคุณเก่งในการรอโดยไม่บ้าคลั่งคุณจะสร้าง PI ที่ยอดเยี่ยม

 

5. หลบ ๆ ซ่อน ๆ . แม้ว่าจะขึ้นอยู่กับสายงานเฉพาะที่คุณเข้ามา แต่โอกาสที่คุณจะได้รับกรณีอย่างน้อยก็ที่นี่และที่นั่นที่คุณต้องส่อเสียด ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนคุณต้องกลมกลืนการมีชื่อเสียงและความภาคภูมิใจจะไม่ทำให้คุณหายไปไหนในกรณีของคุณ
  • ในบางกรณีคุณต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แม้สุนัขจะไม่ดมกลิ่น ในบางกรณีคุณต้องทำตัวให้ “ปกติ” มากที่สุดเพื่อให้ได้ข้อมูลและดูน่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่ของการต่อสู้จะอยู่ที่การตระหนักถึงสิ่งที่คุณต้องทำและวิธีที่คุณต้องออกมา แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรคุณต้องซ่อนความตั้งใจไว้ ฝึกทักษะการโกหกเพื่อเริ่มต้น
6. เข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรม (แนะนำ) มีคุณค่าพอ ๆ กับระดับความยุติธรรมทางอาญา แต่อาจไม่ครอบคลุมด้านการปฏิบัติของการเฝ้าระวังและการเข้าถึงฐานข้อมูล PI ที่มีประสบการณ์กล่าวว่าการฝึกภาคปฏิบัติเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่เข้ามาในสนาม หลายหลักสูตรมีราคาค่อนข้างถูกและใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน
  • เลือกหลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดยองค์กรรับรองมาตรฐานระดับชาติหรือโดยองค์กรวิชาชีพของผู้ตรวจสอบ
  • หรืออีกวิธีหนึ่งคือติดต่อหน่วยงานด้านดวงตาที่เป็นอิสระในท้องถิ่นและขอให้เป็นผู้ตรวจสอบ รถคันที่สองมีประโยชน์ในการเฝ้าระวังดังนั้นจึงไม่ยากเกินไปที่จะโน้มน้าวพวกเขา
7. นำไปใช้กับตำแหน่งระดับเริ่มต้น หน่วยงานนักสืบที่มีอยู่มักมีตำแหน่งระดับเริ่มต้นที่เปิดกว้างแม้ว่าสิ่งนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเดือนที่แน่นอน หน่วยงานควรจัดให้มีการฝึกอบรมนอกสถานที่จนกว่าคุณจะมีประสบการณ์เพียงพอที่จะเป็นนักสืบเอกชนที่เหมาะสม โดยทั่วไปจะใช้เวลาสองสามปี
  • นอกจากนี้คุณยังมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตผ่านเส้นทางอื่น ๆ เช่นการบังคับใช้กฎหมายงานตำรวจทหารการปรับค่าสินไหมทดแทนหรือการติดตามหนี้
  • ในบางรัฐกิจกรรมของคุณจะถูก จำกัด จนกว่าคุณจะมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาต

รับใบอนุญาตของคุณ หากจำเป็นต้องมีใบอนุญาตในพื้นที่ของคุณให้ทำการสอบทันทีที่คุณมีคุณสมบัติ ใบอนุญาตของคุณจะอนุญาตให้คุณทำงานเป็นนักสืบเอกชนโดยมีสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลบางอย่างและดำเนินการเฝ้าระวัง คุณสามารถทำงานให้กับหน่วยงานเอกชนต่อไปหรือสมัครงาน PI ที่ บริษัท หน่วยงานรัฐบาลและสำนักงานกฎหมาย

 

1. รู้โอกาสในการทำงานของคุณ การเติบโตของงานในอาชีพการสืบสวนนั้นอยู่ในระดับปานกลาง แต่คุณอาจเผชิญกับการแข่งขันที่ยากลำบากจากผู้เกษียณอายุจากตำรวจและทหารจำนวนมาก ค่าจ้างเฉลี่ยต่อปีของนักวิจัยอยู่ที่ประมาณ 44,500 ดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกาและ 17,500 ปอนด์ในสหราชอาณาจักร

2. เข้าใจความเครียดของงาน. นักสืบเอกชนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาลูกค้าทั้งหมดเพื่อหารายได้ดังนั้นคุณต้องมีการแก้ไขงบประมาณเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับเดือนที่แห้งแล้ง ผลกระทบต่อชีวิตในบ้านของคุณอาจรุนแรงยิ่งขึ้น: เมื่อคุณมีงานทำคุณอาจถูกเรียกให้เข้าร่วม 12 ชั่วโมงโดยทิ้งหมวก คาดว่าจะเลิกช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดหลายวันเพื่อให้คุณสามารถเฝ้าระวังในช่วงเวลาว่างของเป้าหมายได้ ในที่สุดคุณต้องสามารถรับมือกับความเครียดทางร่างกายและอารมณ์รวมทั้งจากสถานการณ์ที่เป็นอันตรายในบางครั้ง

– ความเชี่ยวชาญบางอย่างเกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังน้อยลงและชั่วโมงที่ค่อนข้างดีกว่า อ่านต่อเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

3. พิจารณาประสบการณ์ของคุณ นักสืบเอกชนประมาณ 50% เป็นอดีตตำรวจและ 20% เป็นอดีตทหารคุณจะต้องมีการสับที่คล้ายกันหากคุณไม่ต้องการหาทางขึ้นจากด้านล่าง แต่มีเส้นทางอื่น ๆ อีกมากมายในสนาม:
  • งานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
  • วารสารศาสตร์เชิงสืบสวน
  • การปรับค่าสินไหมทดแทน
  • ทวงหนี้
4. รับใบอนุญาตสอบสวน. รัฐส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น ๆ ต้องมีใบอนุญาตก่อนที่คุณจะสามารถทำงานเป็นนักสืบเอกชนได้ โดยปกติคุณสามารถยกเว้นข้อกำหนดด้านประสบการณ์ได้หากคุณใช้เวลาอย่างน้อยสองสามปีในอาชีพใดอาชีพหนึ่งที่ระบุไว้ข้างต้น โดยปกติคุณจะต้องผ่านการสอบและบางครั้งอาจต้องเรียนหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้น

– ในสหรัฐอเมริกาโปรดติดต่อกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะของรัฐหรือเมืองของคุณเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

5. หาจุดโฟกัส. นักสืบเอกชนสามารถตรวจสอบทุกอย่างตั้งแต่การลอบวางเพลิงไปจนถึงการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว หากทำได้ให้ใช้ประสบการณ์หรือทักษะเฉพาะด้านเพื่อให้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งหรือมากกว่านั้น สิ่งนี้สามารถนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานเต็มเวลามากขึ้นหรือสร้างชื่อเสียงที่ดึงดูดลูกค้า ความพิเศษทั่วไปบางประการมีดังนี้ 

– งานเฝ้าระวังส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนของคนงานคู่สมรสที่ไม่ซื่อสัตย์การขโมยที่เกิดซ้ำการค้นหาคนหายหรือการป่าเถื่อน 

– หากคุณมีพื้นฐานด้านกฎหมาย บริษัท กฎหมายอาจจ้างคุณเพื่อช่วยในการทดลองงานรวมถึงการหาข้อมูลและนำเสนอต่อคณะลูกขุน

– ทักษะคอมพิวเตอร์สามารถทำให้คุณเป็นที่ต้องการในฐานะผู้ตรวจสอบนิติคอมพิวเตอร์กู้คืนและวิเคราะห์อีเมลที่ถูกลบและข้อมูลดิจิทัลอื่น ๆ

– ประสบการณ์ด้านบัญชีเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับงานในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงการยักยอกการกู้คืนสินทรัพย์และธุรกรรมทางการเงินอื่น ๆ

 

6. เตรียมวัสดุ สำหรับผู้เริ่มต้นคุณจะต้องมีการขนส่งที่เชื่อถือได้และคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วพอสมควร คุณไม่สามารถติดตามใครบางคนได้ด้วยคอมพิวเตอร์ห้องสมุดท้องถิ่นและรถประจำทางของเมือง คุณอาจต้องการกล้องถ่ายรูปที่ดีอุปกรณ์บันทึกภาพและเสื้อผ้าลายพรางขึ้นอยู่กับงาน

– ปืนไม่ธรรมดาอย่างที่คุณคิดในงาน PI ส่วนใหญ่ หากภูมิภาคของคุณอนุญาตให้ PI พกพาอาวุธและคุณยินดีที่จะรับงานที่อันตรายมากขึ้นให้พิจารณาการฝึกอาวุธปืนและใบอนุญาตอาวุธ

 

7. หางานที่สม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่แน่นอนของคุณคุณอาจสามารถหางานประจำได้จากหนึ่งในรายการพิเศษที่ระบุไว้ข้างต้น การทำงานให้กับหน่วยงานนักสืบเป็นอีกทางเลือกหนึ่งและการฝึกอบรมนอกสถานที่อาจมีค่ามากแม้ว่าคุณจะได้รับการฝึกอบรมด้านการบังคับใช้กฎหมายก็ตาม แสวงหาลูกค้าระหว่าง บริษัท ประกันภัยและทนายความตลอดจนบุคคลทั่วไป
  • แม้ว่าหนึ่งในสี่ของ PI จะเป็นอาชีพอิสระเราไม่แนะนำให้เริ่มต้นธุรกิจจนกว่าคุณจะมีประสบการณ์อย่างน้อยสองสามปี
8. รู้ว่าอะไรถูกกฎหมายและอะไรไม่ถูกต้อง ในฐานะ PI คุณจะต้องอยู่ในแนวเดียวกันเมื่อพูดถึงกลวิธีที่คุณใช้เพื่อจับ perp ของคุณ เพียงเพราะคุณเป็น PI ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำผิดกฎหมายได้ อยู่อย่างปลอดภัย (และทำงาน) และทำความคุ้นเคยกับกฎหมาย

– การอวดอ้าง (การแสร้งทำเป็นบุคคลอื่นเพื่อรับข้อมูล) มักถูกมองว่าผิดจรรยาบรรณเท่านั้น อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในสหรัฐอเมริกาหากคุณแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือใช้ข้อมูลประจำตัวของคุณเพื่อรับข้อมูลทางโทรศัพท์หรือบัญชีธนาคาร

– โดยทั่วไปการดักฟังโทรศัพท์ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

– โดยทั่วไปการเฝ้าระวังเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการแจ้งตำรวจ)

– การทำลายและการเข้าออกไม่ถูกกฎหมายแน่นอน

– กฎหมายการจับกุมพลเมืองแตกต่างกันไปตามพื้นที่

 

9. ทำงานเพื่อการรับรอง มีใบรับรองวิชาชีพประมาณสิบห้าใบที่คุณสามารถได้รับเพื่อพิสูจน์คุณสมบัติของคุณในสาขาย่อยต่างๆของการสอบสวน โดยทั่วไปแล้วสิ่งเหล่านี้ต้องมีประสบการณ์อย่างน้อยสองปีและผ่านการสอบ ตัวอย่างขององค์กรที่ให้การรับรอง ได้แก่ National Association of Legal Investigators, ASIS International และ National Association of Fraud Examiners ตราบเท่าที่คุณอัปเดตการฝึกอบรมอยู่เสมอคุณสามารถใช้การรับรองและตำแหน่งเพื่อดึงดูดลูกค้าได้
  • “ใบรับรอง” ไม่ใช่ “ใบรับรองระดับมืออาชีพ” โดยทั่วไปจะได้รับใบรับรองสำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้น การฝึกอบรมอาจมีประโยชน์ แต่ไม่ได้พกพาตลับเดียวกัน

ความแตกต่างระหว่างนักสืบ ใครคือผู้ตรวจสอบ?และนักสืบคือใคร?

ความแตกต่างระหว่างนักสืบ
ความแตกต่างระหว่างนักสืบ

ความแตกต่างระหว่างนักสืบ ใครคือผู้ตรวจสอบ?และนักสืบคือใคร? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กับคนที่ยังสงสัยเรื่องนักสืบ

ความแตกต่างระหว่างนักสืบและนักสืบอยู่ที่บริบทที่เราใช้แต่ละคำ ผู้ตรวจสอบและนักสืบเป็นคำสองคำที่สร้างความสับสนให้กับผู้คนเนื่องจากบางหน่วยงานใช้คำว่านักสืบในขณะที่บางหน่วยงานนิยมใช้คำว่านักสืบ เมื่อมองคร่าวๆเราจะเห็นว่านักสืบเป็นหน่วยงานระดับหนึ่งในองค์กรในขณะที่นักสืบในกรณีใดกรณีหนึ่งอาจเป็นนักสืบถาวรขององค์กรหรือไม่ก็ได้ ไม่ว่าจะแตกต่างกันอย่างไรฉากนั้นไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏในซีรีส์ทีวีหรือนวนิยายที่มีนักสืบหรือนักสืบมักจะจัดการกับคดีหลายสิบคดีในแต่ละครั้งและไม่ได้จัดการกับคดีใดคดีหนึ่งตลอด 24 ชั่วโมง กลับมาที่หัวข้อนักสืบอาจเป็นเพียงการมอบหมายงานหรือตำแหน่งในองค์กรในขณะที่ผู้ตรวจสอบมักเป็นคำทั่วไป มีความแตกต่างอีกมากมายที่จะพูดถึงในบทความนี้

 

ใครคือผู้ตรวจสอบ?

ผู้ตรวจสอบ คือบุคคลที่มองเข้าไปในเรื่องที่ทำให้งงงวยหรืออาชญากรรมบางอย่าง นี่เป็นคำทั่วไปมากกว่าเนื่องจากนักสืบก็เป็นผู้ตรวจสอบ คำว่า PI (Private Investigator) สงวนไว้สำหรับผู้ตรวจสอบจากองค์กรเอกชน พนักงานสอบสวนคือบุคคลที่ส่วนใหญ่ถูกขอบริการในกรณีของผู้สูญหาย พวกเขายังได้รับการว่าจ้างให้พิสูจน์กรณีการล่วงประเวณี อันที่จริงการล่วงประเวณีกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ทำกำไรได้มากสำหรับนักสืบเอกชนที่สามารถหาเงินได้ดีในทุกวันนี้ โดยปกติแล้วคุณจะไม่เห็นนักสืบเอกชนทำงานในคดีเช่นการฆาตกรรมการลอบวางเพลิง  ตรวจสอบธุรกิจ

 

นักสืบคือใคร?

นักสืบคือผู้ตรวจสอบที่อาจเป็นหน่วยงานของตำรวจหรืออาจเป็นพนักงานของ บริษัท นักสืบเอกชน เขาอาจจะเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มีความสามารถในการไขคดี เมื่อพูดถึงประเภทของคดีที่นักสืบต้องจัดการเราสามารถพูดได้ว่าโดยปกติแล้วหน่วยงานของรัฐจะว่าจ้างนักสืบให้สอบสวนคดีอาญา บริษัท ประกันภัยยังจ้างบริการของนักสืบเมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับการเรียกร้องจำนวนมากที่ดูน่าสงสัยสำหรับพวกเขา

หากเราพิจารณาว่านักสืบทำงานให้กับตำรวจนักสืบก็เป็นตำแหน่งที่สูงกว่าในบันไดลำดับชั้นของตำรวจในบางประเทศ พวกเขาเป็นนักสืบที่มีตำแหน่งสูงกว่า ตัวอย่างเช่นหากคุณพิจารณาสหราชอาณาจักรเพื่อที่จะเป็นนักสืบเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเผชิญกับการตรวจสอบ ก่อนอื่นพวกเขาต้องจบการศึกษาในเครื่องแบบตำรวจอย่างน้อยสองปี พวกเขาต้องได้รับคุณสมบัติจากนั้นจึงจะเข้าสู่ โครงการพัฒนาผู้สืบสวนอาชญากรรมเบื้องต้น. ในการเข้าสู่โปรแกรมนั้นพวกเขาจะต้องผ่านไฟล์ การตรวจสอบของพนักงานสอบสวนแห่งชาติ.

จากนั้นหากเราดูที่สหรัฐอเมริกาก็จะเห็นเช่นกันว่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจธรรมดากลายเป็นนักสืบพวกเขาต้องเผชิญกับการทดสอบมากมาย ขั้นแรกพวกเขาต้องได้รับปริญญาจากสถาบันการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรับความรู้ทางทฤษฎี เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นเขาหรือเธอจะถูกส่งเข้าภาคสนามภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อให้เขาหรือเธอได้เห็นว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร การฝึกภาคสนามนี้มีตั้งแต่หนึ่งถึงสองปี จากนั้นเขาหรือเธอจะต้องเผชิญกับการสอบแข่งขันที่จะทดสอบสิ่งที่เขาหรือเธอรู้เกี่ยวกับด้านต่างๆเช่นการสอบสวนคดีอาญากฎหมายอาญาการรวบรวมและการรักษาพยานหลักฐานเป็นต้นเจ้าหน้าที่อาวุโสจะทำการทดสอบนี้ ในตอนท้ายรายการจะถูกสร้างขึ้นพร้อมกับผู้สมัครที่เหมาะสม บางครั้งพวกเขาทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาเป็นนักสืบและบางครั้งก็มีนักสืบเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

 

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Investigator และ Detective?

ทั้งนักสืบและนักสืบสวนได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบันเนื่องจากบริการของพวกเขาในการช่วยไขปริศนา มีหน่วยงานที่เรียกพวกเขาว่านักสืบและมีหน่วยงานที่เรียกพวกเขาว่าผู้ตรวจสอบทำให้ทุกอย่างสับสนมากขึ้น อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างบางประการในบทบาทหน้าที่และคุณสมบัติ

•บทบาท:

ผู้ตรวจสอบเป็นคำทั่วไปมากกว่าในขณะที่นักสืบแสดงตำแหน่งในกองกำลังตำรวจในบางประเทศ การที่ตำรวจธรรมดาจะมาเป็นนักสืบได้นั้นต้องผ่านการทดสอบมากมาย

• ฟังก์ชั่น:

นักสืบใช้ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมในขณะที่มีการว่าจ้างนักสืบในการไขคดีคนหายและการล่วงประเวณี แต่ไม่มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องนี้

•คุณสมบัติ:

ในขณะที่ใครก็ตามที่เข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้ตรวจสอบคุณต้องผ่านการทดสอบได้รับประสบการณ์ภาคสนามและมีความรู้ทางทฤษฎีเพื่อที่จะเป็นนักสืบ

Copyright ข่าวบันเทิง และเรื่องรถยนต์ 2022
Tech Nerd theme designed by Siteturner