คาดเดาอันดับท้ายฤดูกาล ใครจะอยู่ แมนยูสบาย

คำนวณแต้มกันทีละนัด

คำนวณแต้มกันทีละนัด

คำนวณแต้มกันทีละนัด จาก8ทีมแรกสุดที่มีลุ้นทำอันดับในตารางลีก ว่าเมื่อจบฤดูกาลแล้วพวกเขาจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ พร้อมวิเคราะห์สถานการณ์สำคัญ

การแข่งขันพรีเมียร์ลีกดำเนินมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลกันแล้ว จนถึงตอนนี้เราก็เริ่มพอจะคาดเดาได้บ้างว่า ทีมใดน่าจะจบซีซั่นนี้ด้วยอันดับเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆทีมที่คะแนนเบียดใกล้เคียงกัน และเดาได้ยากว่า สุดท้ายแล้วตอนจบฤดูกาลพวกเขาจะเป็นยังไง

บทความนี้น่าจะพอทำให้เห็นภาพอะไรบางอย่างได้ว่า ใครจะเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และใครจะทำเซอไพรส์ได้บ้างในช่วงเลทเกมแบบนี้ โดยคาดการณ์คะแนนเอาจากโปรแกรมเตะของแต่ละทีมที่เหลืออีกราวๆ 7-8 นัด

คำนวณกันทีละทีม ทีละเกม ไล่ตั้งแต่อันดับ10จนถึงจ่าฝูง แล้วสุดท้ายมาวัดกันว่า ใครจะเข้าป้ายที่ตำแหน่งไหนบ้าง ไปดูกัน

 

 

1. Manchester City

Aston Villa (เยือน)

Crystal Palace (เยือน)

Chelsea (เหย้า)

Newcastle United (เยือน)

Brighton and Hove Albion (เยือน)

Everton (เหย้า)

 

ทีมสุดแกร่งของเป๊ปเพิ่งจะมาพลาดท่าแพ้ลีดส์10ตัวด้วยสกอร์1-2คาบ้านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการระดมบุกจนกระดูกพรุนแต่ยิงได้ลูกเดียว ในขณะที่คู่แข่ง ยิง2เข้า2 โคตรจังหวะซิทคอมยังกะเกมFMที่ทีมเรากระหน่ำบุกแทบตาย ยิง20-30ครั้ง เจอคอมบุกครั้งเดียวยิงเข้าจนแพ้ แบบนั้นเลย

เรามาดูกันว่าโปรแกรมที่เหลือของซิตี้ จะมีโอกาสแพ้4นัดรวดอย่างที่แฟนแมนยูอยากได้ไหม(ฮา)

เยือนวิลล่า = 3 เป๊ปไม่น่าพลาดทีมที่เน้นเกมบุกอย่างทีมสิงห์ผยอง การจะโดนอุดอย่างเดียวคงไม่เกิดขึ้น

เยือนพาเลซ = 3 ชัดเจนว่าไม่น่าพลาดกับทีมกลางตารางที่ไม่มีเป้าหมายในซีซั่นนี้อีกแล้วอย่างพาเลซ

เปิดบ้านเจอเชลซี = 3 ขออภัยแฟนสิงห์ แต่ความแน่นอนของแมนเชสเตอร์ซิตี้ยังเหนือกว่า แม้เชลซีจะมีกองกลางดีๆอย่างเม้าท์ จอร์ ก็องเต้ แต่มาวัดกับกลางซิตี้จริงๆคงต้านยากและครองเกมไม่ได้ เชลซีค่อนข้างโชคร้ายที่มาตกอยู่ในช่วง”3นัดอันตราย” ที่แมนซิจะโขยกสุดแรงเกิดเพื่อรีบคว้าแชมป์

เยือนนิวคาสเซิล = 3 นิวคาสเซิลแม้จะอยู่อันดับ17 แต่ว่าคะแนนค่อนข้างห่างจากฟูแล่มอันดับ18พอควร ดูทรงแล้วก็น่าจะรอดตกชั้นได้จากฟอร์ม เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ต้องหนีตกชั้น และความเข้มข้นของการสู้กับซิตี้คงลดลง ไม่น่ารอด

เยือนไบรจ์ตัน = 3 แฟนแมนยูคงจะรู้ดีว่า การเจอไบรจ์ตันไม่ใช่งานง่าย แต่ทีมนี้ก็มักจะไม่ค่อยเก็บผลการแข่งขันที่ดีได้ ไม่น่าเกินความสามารถเป๊ปในการเก็บผล อาจจะไม่ได้ถล่มเละ แต่สามแต้มเต็มแน่นอน

เหย้าเจอเอฟเวอร์ตัน = 1 เกมนี้เป็นเกมเดียวที่เรารู้สึกได้กลิ่นว่า อาจจะสะดุด และไม่ได้ปิดซีซั่นแบบเท่ๆด้วยการเสมอกับเอฟเวอร์ตันไป

คำนวณแบบคร่าวๆ หากแมนยูเก็บนัดตกค้างได้ ระยะห่างจะอยู่ที่8แต้ม ซึ่งต้องใช้gapถึง 3แมตช์ ในการไล่ตาม ดังนั้นหากว่าซิตี้เล่นไปจบนัดที่36 แล้วยังห่าง8แต้มเท่าเดิมอยู่ ก็น่าจะเป็นการคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการในนัดนั้น

ดังนั้นเกมที่ซิตี้อาจจะได้ฉลองแชมป์ จึงน่าจะอยู่ที่สนามเซนต์เจมส์ปาร์ค ของนิวคาสเซิลนั่นเอง

คะแนนรวมของซิตี้จากการคาดการณ์นี้คือ 74+3+3+3+3+3+1 = 90คะแนน

2.Manchester United

Burnley (เหย้า)

Leeds United (เยือน)

Liverpool (เหย้า)

Aston Villa (เยือน)

Leicester City (เหย้า)

Fulham (เหย้า)

Wolves (เยือน)

ดูเกมที่เหลือของแมนยูแล้ว ่่ถือว่าไม่ได้หนักขนาดคอขาดบาดตายเช่นนั้น ทีมใหญ่บางทีมอยู่ในช่วงฟอร์มตก และไม่น่าจะเป็นการยากสำหรับแมนยูที่จะเอาชนะได้ เพราะการที่แซงสเปอร์ได้อย่างประทับใจในเกมล่าสุด เป็นตัวบ่งบอกถึงศักยภาพปัจจุบันแล้วว่าแมนยูไนเต็ดนั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด

บวกกับเรื่องที่ว่า เกมการแข่งขันของทีมเหลือเพียงแค่สองรายการเท่านั้น กับยูโรปาลีกที่เกมเลกสองกับกรานาด้าก็ไม่ใช่งานยาก หากเข้าไปได้ก็จะเหลืออีกแค่3แมตช์สุดท้ายเท่านั้นเอง ทำให้มีลุ้นว่ายูไนเต็ดจะขึ้นไปได้สูงสุดเท่าที่ทีมต้องการ และการคาดเดาคะแนนมีดังนี้

เหย้าเบิร์นลีย์ = 3 ทีมนี้อาจจะเคยสร้างความเดือดร้อนให้เราในซีซั่นก่อน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราน่าจะเบียดเอาชนะได้ ต้องมาลุ้นว่าบอลโด่งอังกฤษจ๋าๆของพวกเขาจะมาเข้าหัวคริส วู้ดหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆแมนยูจะบุกจนกว่าจะเอาคืนได้แน่นอน

เยือนลีดส์ = 1 ไม่ได้มีคะแนนพิศวาสจากผู้เขียนในฐานะสาวกยูงทอง แต่ผมเชื่อในฝีมือของบิเอลซ่าว่า น่าจะสร้างปัญหาให้โซลชาได้ ในฐานะที่เป็นกุนซือสายtacticalจ๋าๆเหมือนกัน แม้นัดแรกแมนยูจะถล่มแรกเพราะโมเมนตัมไหล แต่นัดนี้ผมว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ มีโอกาสเจอความแสบของลีดส์ได้

เหย้าลิเวอร์พูล = 1 ลิเวอร์พูลเริ่มที่จะฟื้นตัวมาได้แล้ว การได้ฟาบินโญ่กลับมายืนแดนกลางถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จากความมั่นใจ และการจูนทีมผ่านช่วงที่แพ้คาบ้านมารัวๆ พิจารณาเอาจาก “ฟอร์มโดยรวม” ของทีมในซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้อยู่ในstandardที่จะมาสู้แมนยูไนเต็ดในซีซั่นนี้ได้เลยไม่ว่าประเด็นไหนๆ แต่ยังไง ลิเวอร์พูลก็ยังคงเป็นลิเวอร์พูลอยู่ ต่อให้ฟอร์มบู่ก็มักจะมาเทพกับแมนยูเสมอ ดังนั้นก็”เสมอ”กันไป

ยิ่งโปรแกรมช่วงนั้นมีโอกาสในการตรงกับเกมรอบรองยูโรปาลีกด้วย โอเล่คงไม่เอาจริงเอาจังกับแมตช์ในช่วงนี้มาก

เยือนวิลล่า = 3 อย่างที่ทราบกัน วิลล่าเป็นทีมบุกหลากหลาย บอลฉาบฉวยก็มี ต่อบอลเข้าทำก็อันตราย แต่การเจอทีมที่เล่นในพื้นที่เปิดอย่างวิลล่า แมนยูโคตรชอบ และน่าจะได้เห็นการเจาะเข้าทำแบบนัดเอาชนะสเปอร์ได้อีก เกมนี้มั่นใจว่า3ชัวร์ แต่ถ้าผู้จัดการเลือกผ่อนเกมเอาไว้เพื่อยูโรปา ก็อาจจะมีสะดุดได้

เหย้าเลสเตอร์ = 3 จิ้งจอกอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด คะแนนโดนแมนยูทิ้งห่างเป็น7แต้ม ไม่น่าจะมีทางไล่ตามปีศาจแดงทันอีกแล้ว และเชื่อว่าโอเล่ไม่มีทางยอมให้ทีมแพ้ซ้ำสอง จากที่โดนมานัดก่อนจนตกรอบเอฟเอคัพ โอเล่แก้เกมมาแน่นอน ยิ่งถ้านักเตะฟิตสมบูรณ์พร้อมด้วย ไม่ใช่การrotationเกมบอลถ้วย เชื่อว่าเลสเตอร์ไม่รอด และเราชนะได้แน่นอนเหมือนปีก่อน

เหย้าฟูแล่ม = 3 เป็นทีมหนีตกชั้นก็จริง แต่อย่างที่บอก คะแนนฟูแล่มไม่น่าไล่นิวคาสเซิลทัน การเจอฟูแล่มในเกมรองสุดท้ายนัดที่37 ตอนนั้นพวกเขาน่าจะตกชั้นแบบเป็นทางการไปแล้ว คงไม่มีเขี้ยวเล็บมาฮึดใส่แมนยูได้

เยือนวูล์ฟ = 3 เกมเจอวูล์ฟยังคงเป็นงานยากอยู่ดี ถึงยูไนเต็ดจะดีขึ้นจนล้างอาถรรพ์หมาป่าได้แล้วก็ตาม แต่การขาดฆิมิเนสที่เจ็บยาวจนบัดนี้ ก็น่าจะส่งผลถึงวูล์ฟพอควร เอาเป็นว่าแมนยูไม่แพ้แน่นอน และเทียบฟอร์มกันแล้ว ยูไนเต็ดเบียดหมาป่าได้

: เมื่อพิจารณาครบทุกนัดแล้ว ถือว่าส่วนใหญ่เป็นนัดที่แมนยูมีโอกาสชนะแทบทั้งสิ้น เอาจริงๆแล้วช่วงท้ายซีซั่นนี้ไม่มีโปรแกรมหนักมากสักเท่าไหร่ มีเพียงแค่เกมเจอลิเวอร์พูล กับ เลสเตอร์เท่านั้นที่ดูจะยาก แต่เชื่อว่าฟอร์มแมนยูปีนี้ผ่านหนึ่งในสองนัดนี้ได้แน่นอน แล้วก็ไปสะดุดอีกสักนัดนึง ซึ่งน่าจะเป็นลีดส์

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่คือการวัดจากฟอร์มการเล่น มันยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ทำให้ผลการแข่งขันที่เดาไว้นี่เปลี่ยนแปลงได้ นั่นก็คือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อาจจะจงใจเลือกที่จะผ่อนบางเกม หากเป็นเกมที่ใกล้ๆกับนัดยูโรปาลีกสำคัญๆ อย่างเกมรอบรอง, รอบชิง

ดังนั้น ในบรรดาเกมนัดที่ได้3คะแนนข้างต้นนี้ อาจจะมี”พลาด” อีกสักนัดนึงขึ้นมาก็ได้ ซึ่งมีโอกาสที่จะไปผ่อนเกมในช่วงนัดที่เจอลิเวอร์พูล ไม่ก็แอสตันวิลล่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว เราจึงต้องหัก3คะแนนจากหนึ่งในเกมพวกนั้นออกเหลือ 1แต้ม จากการคาดเดาจากฟอร์มทั่วไป

7นัดต่อจากนี้ ยูไนเต็ดน่าจะชนะ4 เสมอ3

คะแนนรวมของยูไนเต็ดจึงน่าจะเป็น : 63+3+1+1+1+3+3+3= “78” คะแนนในปีนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คาดเดาไว้เลยว่า คำตอบที่หลายๆคนอยากรู้ว่ายูไนเต็ดจะลดระยะห่างซิตี้ได้สักเท่าไหร่ ถ้าผลการแข่งขันออกมาประมาณนี้ ยูไนเต็ดก็จะห่างซิตี้ประมาณ “12 แต้ม”

3.Leicester City

West Bromwich Albion (เหย้า)

Crystal Palace (เหย้า)

Southampton (เยือน)

Newcastle United (เหย้า)

Manchester United (เยือน)

Chelsea (เยือน)

Tottenham Hotspur (เหย้า)

ลูกทีมของแบรนดอน ร็อดเจอร์ส ช่วงนี้ถือว่าฟอร์มตกพอสมควร พลาดแพ้บ่อยครั้ง คะแนนก็หยุดที่56แต้มมาสองนัดรวดแล้วจากการแพ้ซิตี้ แพ้ลีดส์ ถือว่าฟอร์มแกว่งอยู่เหมือนกัน มาลองเปรียบเทียบดูว่าทีมที่พวกเขาเจอแต่ละทีมจะแพ้ชนะยังไงบ้าง แต่พูดเลยว่า สามนัดสุดท้ายของเลสเตอร์คือนรกชัดๆ

เหย้าเวสต์บรอม = 3 ไม่น่ามีปัญหากับทีมเกรดจะตกชั้นนี้

เหย้าเจอพาเลซ = 3 บอลไดเร็คต์เจอบอลเค้าท์เตอร์ คงแลกกันสนั่น แต่หน้าพาเลซไม่ค่อยคมเท่าไหร่ วัดหน้าซึ่งๆหน้าจริงๆเลสเตอร์ชนะชัวร์เพราะคู่หน้าคมกว่าเยอะ

เยือนเซาท์ = 1 ในบรรดาสามนัดนี้คิดว่าเลสเตอร์อาจจะแกว่งสักหนึ่งเกม ดูจากทรงแล้ว เซาท์ดูจะมีความสามารถในการสู้กับเลสเตอร์มากด้วยเกมที่เหนียวแน่น และบอลยาวอาจจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้มาก ให้เจ๊ากันไป

เหย้านิวคาสเซิล = 3 เลสเตอร์ไม่น่าพลาดกับการเจอสาลิกาดง สามแต้มไม่ยาก

เยือนแมนยู = 0 บอกเลยว่าปีก่อนเป็นยังไง ปีนี้ก็เป็นแบบนั้น

เยือนเชลซี = 0 ความเหนียวของทูเคิล ไม่น่าจะยอมบอลไดเร็คต์ได้ง่ายๆ ผมว่าเค้ามีแทคติกรับมือเลสเตอร์ได้ ไม่ต่างกับที่ซิตี้ใช้4ตัวหน้าคู่CB (2วิงแบ็ค 2กลางรับ) ในการสกรีนบอลยาวที่มาถึงกองหน้า ให้ดวลกับกำแพงด่านแรกก่อน ไม่ให้ดวลกับกองหลังโดยตรง

เหย้าพบสเปอร์ = 3 จะให้เลสเตอร์แพ้สามนัดรวดช่วงท้ายเลยก็อาจจะเกินไป คงมีสักนัดนึงที่พวกเขาแข็งแกร่งพอจะรอดชีวิตได้ เชื่อว่าน้ามูช่วงนั้นน่าจะโดนกระแสปลดจากเก้าอี้รัวๆ อาจจะปั่นป่วนได้ ร็อดเจอร์สน่าจะชนะในนัดนี้

เมื่อเป็นเช่นนี้ คะแนนรวมของเลสเตอร์จึงเป็น : 56+3+3+1+3+0+0+3 = 69คะแนน

4. West Ham United

Newcastle United (เยือน)

Chelsea (เหย้า)

Burnley (เยือน)

Everton (เหย้า)

Brighton and Hove Albion (เยือน)

West Bromwich Albion (เยือน)

Southampton (เหย้า)

ค้อนที่ถูกใช้งานโดย “เทพสายฟ้า” อย่างเจสซี่ ลินการ์ด ตอนนี้กำลังระเบิดพลังล้านโวลท์ไล่ขยี้คู่แข่งอย่างสุดมันส์ไม่หยุดมือ เราก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขามีโอกาสในการเข้าป้ายท็อปโฟร์หรือไม่ ในฐานะnewcomers ของtop4รายใหม่ แต่เท่าที่สังเกตคืองานเวสต์แฮมเบามากๆ

เยือนนิวคาสเซิล = 3 คงไม่พลาดกับเกมแบบนี้ สังเกตดูดีๆ นิวคาสเซิลเจอทีมท็อปโฟร์รัวๆเลย จะรอดตกชั้นไหมนิ

เหย้าเชลซี = 0 เชลซียังคงดีกว่าอยู่ ทั้งในด้านคุณภาพนักเตะและแทคติกการเล่น มอยส์ไม่น่าจะต้านทูเคิลไหวแน่นอน

เยือนเบิร์นลีย์ = 3 เวสต์แฮมแรงกว่า ในขณะที่เบิร์นลีย์ดูแล้วความเฉียบคมสู้ขุนค้อนไม่ได้เลย ขอให้เวสต์แฮม

เหย้าเอฟเวอร์ตัน = 0 อันเช่คงไม่พลาดที่จะจัดการเกมดังกล่าวแบบหมดจดได้ ท็อฟฟี่สีน้ำเงินยังมีเกรดที่ดีกว่าขุนค้อนอยู่ในภาพรวม

เยือนไบรจ์ตัน = 1อาจจะยากสักหน่อย ไบรจ์ตันมีอาวุธเยอะเหมือนกัน น่าจะขัดขาขุนค้อนได้

เยือนเวสต์บรอม = 3 แน่นอน ถึงตอนนั้นทีมมวยโลกWBA น่าจะตกชั้นไปแล้ว

เหย้าเซาท์แธมพ์ตัน = 1 มีโอกาสเสมอสูงมากๆ เซาท์ไม่น่าจะแพ้ง่ายๆแม้เวสต์แฮมจะแรงเพียงใด น่าจะออกเสมอมากกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ คะแนนรวมของเวสต์แฮมยูไนเต็ดเมื่อจบฤดูกาลจึงน่าจะเท่ากับ : 55+3+0+3+0+1+3+1 = 66คะแนน

5.Chelsea

Brighton and Hove Albion (เหย้า)

West Ham United (เยือน)

Fulham (เหย้า)

Manchester City (เยือน)

Arsenal (เหย้า)

Leicester City (เหย้า)

Aston Villa (เยือน)

เชลซีถือเป็นอีกทีมที่ยังมีลุ้นท็อปโฟร์อยู่อย่างเต็มตัว ยังไม่ได้ถูกตัดออกจากสารบบ โปรแกรมของเชลซีดูหน้ากระดาษเผินๆเหมือนจะไม่หนัก นอกจากแมนซิกับอาร์เซนอล แต่อย่าลืมว่า เวสต์แฮม กับ เลสเตอร์ คือทีมอันดับ3กับ4 ที่นำหน้าพวกเขาอยู่ในตอนนี้ ลองมาคำนวณเล่นๆว่าพวกเขาจะผ่านได้กี่นัด

เหย้าไบรจ์ตัน = 3 ทีมเกรดนี้ไม่น่าระคายเคืองความสามารถของตัวรุกระดับท็อปของสิงห์บลูส์ได้

เยือนเวสต์แฮม = 3 แม้เวสต์แฮมจะมีเกมรุกที่น่าสนใจ แต่การไปเยือนเวสต์แฮมในเกมแย่งท็อปโฟร์เกมนี้ เชลซียังคงมีคลาสของนักเตะโดยรวมที่เหนือกว่าเวสต์แฮมอยู่ นัดนี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของการลุ้นท็อป4เลยทีเดียว

เหย้าฟูแล่ม = 3 สามแต้มเต็มสถานเดียวเท่านั้น

เยือนแมนซิตี้ = 0 เกมกลางสนามจะเป็นตัวแปรสำคัญของชัยชนะ ในขณะที่แมนซิตี้น่าจะกำลังควบสุดแรงม้าเพื่อคว้าแชมป์ เชลซีคงเอาไม่อยู่

เหย้าอาร์เซนอล = 3 โคตรดาร์บี้แมตช์ที่ไม่น่าเกี่ยวว่าอาร์เซนอลอยู่ตรงไหน มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีโดยตรงของทั้งคู่มากกว่า แต่เราต้องยอมรับว่าคุณภาพทีมของไอ้ปืนใหญ่เป็นรองเชลซีจริงๆ

เหย้าเลสเตอร์ = 3 เลสเตอร์ที่ฟอร์มแกว่งดูจะมีจุดอ่อน และแผ่วปลายเหมือนช่วงซีซั่นก่อน เชลซีจะควบเฮือกสุดท้ายในการเข้าวินให้ได้ในช่วงสองนัดหลัง

เยือนวิลล่า = 3 ปัจจัยทางด้านmentalityแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมหนึ่งลุ้นท็อปโฟร์ กับอีกทีมที่อยู่กลางตารางแบบไม่มีผลใดๆทั้งนั้นกับทีมตัวเอง เชื่อว่าเชลซี “เอา” นัดนี้แน่ๆ

คะแนนรวมของเชลซีเมื่อจบฤดูกาลตามการคาดหมาย : 54+3+3+3+0+3+3+3 = 72

6.Liverpool

Leeds United (เยือน)

Newcastle United (เหย้า)

Manchester United (เยือน)

Southampton (เหย้า)

West Bromwich Albion (เยือน)

Burnley (เยือน)

Crystal Palace (เหย้า)

ทีมขวัญใจมหาชน ช่วงนี้กำลังเริ่มที่จะกลับมาสู่เส้นทางปกติได้บ้างแล้วจากการกลับมาชนะสามนัดในลีก ทั้งการเบียดวูล์ฟ ถล่มอาร์เซนอลขาดเละเทะ และล่าสุดเพิ่งเบียดวิลล่าได้สำเร็จเฉียดฉิว วัดฟอร์มหน้างานของลิเวอร์พูลที่ตัวรุกยังดีอยู่ในขณะที่หลังก็พอจะประคองได้ และการเรียกฟอร์มสำเร็จของเทรนท์ น่าจะมีหลายนัดที่พวกเขาเก็บชัยชนะได้

เยือนลีดส์ = 3 หากยังจำนัดเปิดได้ที่ซัดกันเละเทะ นัดนี้ก็เช่นกัน น่าจะแลกรัวหมัดกันอย่างสนุกเหมือนเดิมไม่มียั้งทั้งคู่ กุนซือไม่รู้จักบันยะบันยังกันอยู่แล้ว แต่ยังมองว่า “คลาส” ของเพลเยอร์ในสนาม ลิเวอร์พูลกินขาด ซึ่งน่าจะคุมและกดลีดส์ได้เข้าน้ำเข้าเนื้อพอประมาณ ยังให้ลิเวอร์พูลอยู่ ทั้งๆที่ใจเชียร์ลีดส์

เหย้านิว = 3 จะกี่ทีมที่มาเจอนิว ผู้เขียนให้สามแต้มหมดเกลี้ยง สาเหตุที่ง่ายที่สุดคือ 30กว่านัด พวกเขาแพ้ไป 15นัด ไม่ต้องอธิบายอะไรกันแล้วสำหรับปีนี้

เยือนแมนยู = 1 นี่คือการให้เกียรติอย่างขีดสุดโดยการวิเคราะห์ศักยภาพ “ณ ปัจจุบัน” การขาดเซ็นเตอร์หลักๆถือเป็นเรื่องสำคัญ ในขณะที่ภาคส่วนอื่นๆของทีม ยังต้องเรียกฟอร์มกลับมาสู่จุดสูงสุดให้ได้อีกครั้ง ซึ่งมันยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะเกมการแข่งขันที่ว่านี้ของแดงเดือดภาคสามในซีซั่น เหลืออีกเพียงแค่สามนัดเท่านั้น ซึ่งมันสั้นเกินไปที่ลิเวอร์พูลจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโคตรทีมที่เก่งที่สุดในจักรวาลได้ทันภายในสามสัปดาห์

ยังไงซะก็คงจะต้องวัดด้วยความเป็นแดงเดือดที่ไม่มีใครยอมใคร ที่สำคัญที่สุดคือปัจจัยเรื่องเกมยุโรปของยูไนเต็ดที่อาจะมีการrotationเกิดขึ้น ในขณะที่ลิเวอร์พูลน่าจะได้พักมาแบบเต็มๆ ผลเสมอถือว่าแฟร์และเข้าใจได้สำหรับทั้งคู่

เหย้าเซาท์ = 3 ลิเวอร์พูลสาขาสองไม่น่าจะต้านสาขาหนึ่งได้ และเกมนัดนี้อาจจะทำให้พวกเขาเล็งนักเตะบางคนไปเสริมทีมอีกก็ได้ สนใจ”หวอดพร้าว” ไปเล่นแทนตะโก้ไหมล่ะคล็อปป์?

เยือนเวสต์บรอม = 3 และที่สำคัญเกมนี้ลิพูจะถล่มWBAเละเทะประกาศศักดาอย่างแน่นอนเพื่อให้รู้ว่า ปีหน้ากูมาแน่

เยือนเบิร์นลีย์ = 3 ถ้าจะมีนัดไหนพลาด ไม่น่าจะเป็นเกมนี้ อาจจะเป็นนัดหน้ามากกว่า คงเป็นอีกเกมที่คลาสต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เหย้าคริสตัลพาเลซ = 1  ของแสลงนัมบาวานของหงส์แดง เชื่อว่าพาเลซจะบุกมาทำลายปาร์ตี้คาบ้านได้ทั้งแมนยูทั้งลิเวอร์พูล อาจจะจบซีซั่นกันแบบกร่อยๆให้มันสุดไปเลยสำหรับลิเวอร์พูลปีนี้

คะแนนรวมของหงส์แดงตะแคงฟ้า : 52+3+3+1+3+3+3+1 = 69 (เหมือนจะคัมแบ็คอยู่นะเนี่ย)

7.Tottenham Hotspur

Everton (เยือน)

Southampton (เหย้า)

Sheffield United (เหย้า)

Leeds United (เยือน)

Wolves (เหย้า)

Aston Villa (เหย้า)

Leicester City (เยือน)

ไก่เดือยทองอาการค่อนข้างหนัก น้ามูก็มีข่าวโดนปลดหนาหูขึ้นทุกวี่ทุกวัน และยังมีหนึ่งเกมไฟนอลของคาราบาวคัพอีก ถือว่าสถานการณ์ค่อนข้างวุ่นวาย มีโอกาสเสียสมาธิหลายนัดพอควรดังนี้

เยือนเอฟ = 1 แม้อาจมีทีเด็ดน้าแจ้ในการเล่นงานจุดตายสเปอร์ได้ แต่ช่วงนี้เหมือนเอฟจะฟอร์มไม่ค่อยดี เมื่อคนไม่ดีมาเจอคนไม่ดีเหมือนกัน ก็แบ่งๆคะแนนกันไป

เหย้าเซาท์ = 3 ไก่เดือยทองยังคงมีมาตรฐานรวมๆของทีมที่ดีกว่าเซาท์แธมพ์ตันเยอะ

เหย้าเชฟยูฯ = 3 ไม่ต้องคอมเม้นอะไรนอกเสียจากว่า ทีมตกชั้นคงไม่มีอะไรมาสู้พวกเขาได้

เยือนลีดส์ = 3 ข้อนี้จำเป็นต้องทบทวนความจำว่า นัดแรกต้นซีซั่น สเปอร์อัดลีดส์ซะขาดลอย 3-0 จากการโดนแดงด้วย เกมนัดนี้อาจจะชนะด้วยระยะห่างของประตู 1-2ลูกเท่านั้น

เหย้าวูล์ฟ = 3 การเจอกับวูล์ฟที่ดรอปลงไปมากในปีนี้ ไม่ใช่งานยากแต่อย่างใด กับทีมที่อยู่กลางตารางชิลๆเช่นนี้

เหย้าวิลล่า = 3 เป็นการยากมากที่จะทายผลนัดนี้ ซึ่งรถบัสมาเป็นหลักแน่นอนกับทีมจอมเปิดเกมรุกแบบวิลล่า แต่จุดตัดสำคัญคือคลาสของตัวรุกสเปอร์ยังดีอยู่

เยือนเลสเตอร์ = 1 ครึ่งแรกกับแมนยูยังไง เกมนัดนี้ก็น่าจะเป็นแบบนั้น และหวังว่ากรรมการคงไม่มาริบประตูเลสเตอร์เอาดื้อๆอีกนะ!!

คะแนนรวมสเปอร์ส : 49+1+3+3+3+3+3+1 = 66

8.Everton

Tottenham Hotspur (เหย้า)

Arsenal (เยือน)

Aston Villa (เหย้า)

West Ham United (เยือน)

Sheffield United (เหย้า)

Wolves (เหย้า)

Manchester city (เยือน)

ต้องบอกว่าทีมของน้าแจ้ช่วงหลังๆฟอร์มตก ฟอร์มแกว่งอย่างมาก ล่าสุดก็ไม่ชนะมาสามนัดแล้ว ที่สำคัญคือเกมช่วงที่เหลือนี้ถือว่าค่อนข้างหนักจริงๆ เจอทั้งสเปอร์ อาร์เซนอล แมนซิตี้ เวสต์แฮม พูดได้เลยว่านรกบนดินชัดๆ

เหย้าสเปอร์ = 1 ใกล้เคียงสูสีกันมากๆ ทีมนึงบู่ ทีมนึงแกว่ง ให้แบ่งแต้มกันไป

เยือนอาร์เซนอล = 1 ดูฟอร์มทั่วๆไปแล้วถือว่าใกล้เคียงกัน มันไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด่นชัดกว่ามากๆ ต้นซีซั่นช่วงฟอร์มพีคๆของเอฟ เฉือนน่อลไป2-1 แต่ฟอร์ม ณ ตอนนี้ ขอให้เสมอกัน

เหย้าเจอวิลล่า = 3 ให้เอฟเวอร์ตันแล้วกันที่จะกลับมาได้ในเกมนี้

เยือนเวสต์แฮม = 0 วัดแทคติคกันแล้ว การเล่นของเอฟน่าจะไปเข้าทางเวสต์แฮมที่มีสปีดของลินการ์ดป่วนกองหลังพวกเขาได้ แม้จะมีก็อดฟรีย์ก็ตาม แต่น่าจะโดน “ก็อด ยิง ฟรี” อย่างแน่นอน

เหย้าเชฟยู = 3 ชั้นของการเล่นเทียบกันไม่ได้ และอันเช่ไม่มีทางพลาดกับเกมแบบนี้

เหย้าเจอวูล์ฟ = 3 ยังไงก็เฉือน น่าจะเป็นหนังภาคสองที่ซ้ำรอยเดิม เอฟเวอร์ตันจะเฉือนวูล์ฟเก็บสามได้

เยือนแมนซิตี้ = 1 หลายคนคิดว่ายังไงก็แพ้ แต่ซิตี้อาจจะแผ่วและเกิดอะไรบางอย่าง อย่างที่บอก ดังนั้นขอเป็นผลเสมอ

เอฟเวอร์ตันยังมีนัดตกค้างเหลือ ใส่เพิ่มให้อีก 1คะแนน จะทำให้เอฟเวอร์ตันมีคะแนนอยู่ที่ : 48+1+1+3+0+3+3+1+1 = 61คะแนน

*คะแนนที่นำมาลองคาดการณ์นั้น จะพิจารณาถึงแค่อันดับ8ซึ่งก็คือเอฟเวอร์ตัน เพราะคะแนนเกาะกลุ่มอยู่ในระดับที่ได้ลุ้นกับทีมอื่นๆที่คะแนนใกล้ๆกันอยู่หลายๆทีม ส่วนอันดับ9กับ10 อย่างอาร์เซนอล กับ ลีดส์ ถือว่าคะแนนอยู่ห่างออกไปทั้งคู่(45แต้ม) ดังนั้นไม่น่าที่จะมาได้ลุ้นอันดับไปฟุตบอลยุโรปแล้ว ต้องขออภัยสำหรับแฟนปืนใหญ่ตรงนี้ด้วยที่ต้องพิจารณาตามจริง

หลังจากที่คาดการณ์คะแนนของแต่ละทีมเมื่อจบฤดูกาลอย่างคร่าวๆแล้ว ทำให้เราพอจะเห็นภาพได้ว่า สุดท้ายแล้วอันดับในตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อจบ38นัดจะเป็นยังไง ก็มีทั้งเรื่องที่ตามคาด และเรื่องที่เกินความคาดหมาย ผลที่ออกมาเป็นดังนี้

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 90 คะแนน

2. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 78 คะแนน

3. เชลซี 72 คะแนน

4. ลิเวอร์พูล 69 คะแนน (ประตูได้เสีย)

5. เลสเตอร์ ซิตี้ 69 คะแนน

6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 66 คะแนน (ประตูได้เสีย)

7. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด66 คะแนน

8. เอฟเวอร์ตัน 61 คะแนน

คำถามที่หลายๆคนอยากรู้ อาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้ อย่างเช่น

-แมนยูจะไล่แมนซิตี้ทันไหมครับพี่? ปีนี้จะลดระยะห่างได้เหลือเท่าไหร่

: เห็นแล้วนะว่า ยังไงก็ไม่ทัน ไม่ต้องลุ้น แมนซิไม่มีทางพลาดแพ้3นัด ระยะห่างระหว่างเรากับเป๊ป ปีนี้อยู่ที่12คะแนน

-ใครจะจบท็อปโฟร์บ้างครับ

แมนซิตี้ แมนยู เชลซี สามทีมนี้มีโอกาสยืนพื้นสูงมากๆ ส่วนอันดับ4 ค่อนข้างสูสีว่า เลสเตอร์ กับ ลิเวอร์พูล จะเป็นสองทีมที่เบียดตำแหน่งนี้กัน ในโลกความเป็นจริงเชื่อว่า ทีมไหนก็ได้สองทีมนี้ มีโอกาสพอๆกัน

-เวสต์แฮมจะได้ไปUCLไหม?

: งานของเวสต์แฮมจริงๆไม่หนักมาก แต่ถ้าถามว่าพวกเขาดีพอจะไปเล่นในถ้วยหูใหญ่เลยหรือไม่ เวสต์แฮมไม่น่าจะรักษาฟอร์มการเล่นได้นิ่งสนิทจนจบฤดูกาล ถ้าพลังสายฟ้าแห่งเทพหมดลงเมื่อไหร่ ก็น่าจะแผ่วลง

-อนาคตของเลสเตอร์

: เสี่ยงมากที่จะผิดหวังอีกครั้งในการลุ้นอันดับท็อปโฟร์ของทีมจิ้งจอกปีนี้ ปัจจัยหลักๆคือเลสเตอร์งานหนักมากในสามนัดสุดท้าย มีโอกาสคะแนนบอดรัวๆสูง

ทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์คะแนนในพรีเมียร์ลีกอย่างคร่าวๆ วิเคราะห์ตามความน่าจะเป็นโดยดูฟอร์มหน้างาน และระดับของทีมนั้นๆเป็นหลัก ซึ่งผลการแข่งขันจริงๆคงจะไม่ได้เป็นไปตามนี้ และหลายๆนัดก็อาจจะเดาผิดบ้าง ก็ต้องขออภัยท่านผู้อ่านไว้ก่อน แต่อย่างน้อยเราก็พยายามคาดเดาให้ใกล้เคียงที่สุด

ดังนั้นผลที่ออกมาจึงเน้นการ “ทดลองใส่คะแนน” ในทุกๆนัดที่เหลือดู เพื่อให้เห็น “โอกาสที่ใกล้เคียงจะเกิดขึ้น” เท่านั้น ซึ่งก็ช่วยได้เยอะ อย่างน้อยเราก็รู้ว่าทีมใดโปรแกรมหนัก-เบาแตกต่างกัน และดูทรงแล้วทีมไหนที่อันดับจะเปลี่ยนแปลงจากนี้เยอะ อย่างเช่น “เชลซี” ตอนนี้ที่อยู่อันดับ5 แต่ตำแหน่งอาจจะเหวี่ยงจนขึ้นมาถึง3ได้

ซึ่งสิ่งนี้เอาจริงๆแล้ว “ไม่น่าแปลกใจ”เลยหากจะลองวิเคราะห์ดูแล้ว ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า อันดับในลีกปีนี้คล้ายตำแหน่งเดิมกับตารางพรีเมียร์ลีกปีที่แล้วเป๊ะๆ เพียงแต่ว่าตัดวงโคจรของแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลออกไปเท่านั้นเอง

สังเกตดีๆ อันดับ2-3-4 ของปีที่แล้ว ตรงกับอันดับ 1-2-3 ของปีนี้จริงๆ นั่นก็คือ แมนซิตี้ แมนยูไนเต็ด และ เชลซี โดยที่ลิเวอร์พูลร่วงลงไปนั้น ก็จะไปดรอปอยู่แถวๆตำแหน่งอันดับ4-5 กับเลสเตอร์นั่นเอง ซึ่งมันใกล้เคียงความเป็นจริงมากๆสำหรับ “มาตรฐาน” ที่รักษาเอาไว้คงที่ตามจริงของ แมนซิตี้ แมนยูไนเต็ด และเชลซี ที่น่าจะทำได้ตามเดิม

ส่วนแชมป์เก่าจากอันดับ1 แล้วปีนี้ตกลงมาอันดับ4 ถ้าทำได้ก็ยังถือว่าไม่ได้หลุดไปมากนัก ปีต่อๆไปยังมีโอกาสกลับมาอยู่ระดับtop 2 ได้ไม่ยากสำหรับลิเวอร์พูล

แต่จากการคำนวณในบทความนี้ ที่แน่ๆ อันดับ1 กับ อันดับ2 ในตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อจบซีซั่นก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงแล้วสำหรับทีมว่าที่แชมป์อย่าง “แมนเชสเตอร์ซิตี้” และว่าที่รองแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่น่าจะการันตีอันดับ2 เช่นกัน โดยทิ้งห่างกับซิตี้อยู่8-12แต้ม คือความห่างของฝีเท้าและความสม่ำเสมอในปัจจุบัน แทงบอลออนไลน์

น่าจะเป็นบทความที่ทำให้แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเห็นภาพรวมใหญ่ๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ดีเลย และผมค่อนข้างเชื่อว่า แฟนลิเวอร์พูล กับแฟนเชลซี “ถูกใจสิ่งนี้” แน่ๆ ท้ายซีซั่นมาดูว่า สองทีมนี้จะมาตามนัดไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright ข่าวบันเทิง และเรื่องรถยนต์ 2022
Tech Nerd theme designed by Siteturner